“เหมียว~”
เมื่อเจ้าแมวส้มอ้วนเห็นซังหลิง มันก็กระโจนขึ้นด้วยท่วงท่าปราดเปรียวเกินตัว แล้วร้องเหมียวเสียงออดอ้อนใส่เธอ
ซังหลิงเบิกตากว้างพรึ่บ “เรียกฉันเหรอ?”
เธอรู้สึกปลื้มใจจนแทบทำตัวไม่ถูก
“เหมียว ๆ~ เหมียว~”
ราวกับกำลังตอบคำถามของซังหลิง
หลินเหมยทำหน้าเหวอ หันกลับไปมองซังหลิงที แล้วมองตุนหวงที ดวงตาของคนกับแมวกลมโตเป็นประกาย คำสบถที่เกือบหลุดจากปากถูกกลืนกลับลงคอ เธอพูดอย่างหงุดหงิดว่า “แมวยังดูหน้าตาด้วยเหรอ! เจ้าแมวเหม็น!”
“พรืด...” ซังหลิงเม้มปากกลั้นหัวเราะ ดวงตาเป็นประกาย “พี่หลินเหมย ฉันขอลูบมันได้ไหมคะ?”
ตุนหวงรีบเข้ามาหาอย่างใจจดใจจ่อ มันบีบเสียงร้องออดอ้อน
หลินเหมยหมดคำจะพูด “ลูบเลย! ช่วยลูบจนขนร่วงแทนฉันที!”
ซังหลิงเพิ่งลองยื่นมือออกไปอย่างระมัดระวัง ตุนหวงก็กระโดดพรวดขึ้นมา เอาหัวถูปลายนิ้วเธอทันที
นิ้วมือของหญิงสาวถูกตัดแต่งจนเรียวมนสะอาดสะอ้าน แสงแดดส่องผ่านผิวบางจนเห็นเนื้อด้านใน ดูงดงามเหลือเกิน
ทันทีที่ตุนหวงสัมผัสซังหลิง มันก็คลั่งขึ้นมา ร้องเหมียวไม่หยุด
ใคร ๆ ก็ดูออกว่ามันชอบซังหลิงมากแค่ไหน
หลินเหมยจุปาก “ตอนนี้รู้หรือยังว่าทำไมมันถึงชื่อว่าตุนหวง?”
“เอ๊ะ?” ซังหลิงกะพริบตาปริบ ๆ “ฉัน...ควรจะรู้เหรอคะ? QAQ”
หลินเหมยถูกความน่ารักเล่นงาน
เธอหัวเราะพรืดออกมา “ก็เพราะภาพฝาผนังตุนหวงมีเยอะไง!”
เป็นการเล่นคำพ้องเสียงกับคำว่า “พูดมาก”
ซังหลิงนิ่งไปสองวินาที มองรถถังสีเหลืองที่เอาแต่ถูไถเข้าหาอ้อมแขนเธอ “ชื่อนี้อาจารย์ซ่งตั้งเหรอคะ?”
