ซังหลิงไม่เคยทำงานหนักมาก่อน จางอวี้หัวตักน้ำใส่ถังให้เธอเต็มถัง แต่พอซังหลิงลองยกดู ใบหน้าเล็ก ๆ ก็เหยเกเป็นก้อน
“ยกไม่ไหวเหรอ?”
จางอวี้หัวใช้กระบวยตักน้ำออกไปหลายกระบวย
ซังหลิงลองยกอีกครั้งแล้วส่ายหน้า
สุดท้ายในถังก็เหลือน้ำแค่ครึ่งถัง ซังหลิงถึงจะพอยกขึ้นมาได้อย่างสั่น ๆ
เธอเม้มปากแน่น ออกแรงทั้งหมดที่มี ยกถังน้ำด้วยสองมือแล้วเดินกลับ
ถึงจะสวมถุงมือไหมพรม ฝ่ามือของเธอก็ยังเจ็บแปลบเพราะหูถังบาด
หวังหลิงหลิงกำลังอารมณ์เสีย พอเห็นท่าทางของซังหลิงที่ไหล่ก็แบกของไม่ไหว มือก็ยกอะไรไม่ขึ้น จึงเยาะเย้ยว่า “ไม่รู้จริง ๆ ว่าจะส่งคนแบบนี้ลงชนบทมาทำไม ทำตัวราวกับคุณหนูบ้านนายทุน”
“หวังหลิงหลิง!”
น้ำเสียงของจางอวี้หัวพลันเคร่งขรึมขึ้น
สีหน้าของหวังหลิงหลิงแข็งค้าง
จางอวี้หัวกล่าวว่า “ฉันไม่อยากได้ยินคำพูดแบบนี้อีก เข้าใจไหมว่าถ้าคนคิดไม่ซื่อเอาไปพูดต่อ อาจทำให้คนตายได้เลยนะ? ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว ฉันก็หวังว่าพวกเธอจะตั้งใจใช้ชีวิตในชนบท อย่าก่อเรื่องวุ่นวาย!”
ถ้าทำให้เธอเดือดร้อนไปด้วย อย่าหาว่าเธอไม่ไว้หน้าแล้วกัน!
ซังหลิงทำหน้าตึง ดวงตาใสกระจ่างมองหวังหลิงหลิงอย่างเย็นชาไร้ความรู้สึก จนอีกฝ่ายเริ่มใจไม่ดี เธอจึงเอ่ยเสียงเย็นว่า “หวังหลิงหลิง ต่างคนต่างอยู่เถอะ ถ้ายังมาหาเรื่องฉันอีกก็ลองดู!”
หวังหลิงหลิงคิดในใจว่า ลองก็ลองสิ จะกลัวซังหลิงหรือไงถ้าต้องลงไม้ลงมือ?
แต่เมื่อมีจางอวี้หัวอยู่ตรงนั้น เธอก็ได้แต่กัดฟันทน
เธอประจบว่า “พี่อวี้หัว ขอโทษนะ ฉันพูดผิดไป ต่อไปจะไม่พูดอีกแล้ว” แต่ก็ยังอดไม่พอใจไม่ได้ “แต่พี่ดูซังหลิงสิ แค่ถังน้ำถังเดียวยังยกไม่ไหว ต่อไปเวลาลงไปทำงาน จะไม่ถ่วงพวกเราที่เป็นยุวชนด้วยกันหรือไง?”
