ซังหลิงฝืนทนความหนาว เก็บกวาดในห้องจนทั่ว มือเย็นจนแข็งชาไปหมด
แต่จ้าวเสี่ยวเหมยมองรอยเปื้อนโคลนที่ยังหลงเหลืออยู่ตรงที่เธอเพิ่งเช็ดไป ก็อ้ำอึ้งเหมือนอยากพูดอะไรสักอย่าง...
ช่างเถอะ พี่ซังหลิงคงไม่เคยทำงานพวกนี้มาก่อน
เธอเดินไปเช็ดรอยเปื้อนให้เงียบ ๆ
หวังหลิงหลิงไม่รู้ว่าทำไม ตัวเองถึงคอยสังเกตซังหลิงอยู่เสมอ พอเห็นจ้าวเสี่ยวเหมยทำแบบนั้น ก็แอบเบ้ปาก
ประจบเก่งจริง!
ไม่รู้จะเอาใจซังหลิงไปทำไม หรือคิดว่าคนขี้เหนียวอย่างซังหลิงจะปันของกินให้หรือไง?
สภาพความเป็นอยู่ที่นี่ลำบากจริง ๆ พูดตามตรง แม้แต่ซังหลิงเองก็ไม่เคยผ่านอะไรแบบนี้มาก่อน
เธอพ่นลมหายใจอุ่น ๆ ออกมา ก่อนหยิบกระป๋องไมลู่จิงที่ยังไม่แกะจากตู้มากอดไว้ แล้วพูดกับจ้าวเสี่ยวเหมยว่า “เสี่ยวเหมย ฉันจะไปขอยน้ำร้อนหน่อย เธอหยิบแก้วเคลือบตามมา แล้วเราไปชงไมลู่จิงร้อน ๆ ดื่มกันสักถ้วย”
ไมลู่จิง?!
จ้าวเสี่ยวเหมยกลืนน้ำลาย รีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่ได้หรอก ของแบบนี้แพงมาก ฉันจะดื่มได้ยังไง”
“อาหารทำมาให้คนกิน อย่าพูดมาก รีบตามมา!”
เสียงของซังหลิงนุ่มหวานน่าฟัง แต่ท่าทางหนักแน่นกลับทำให้คนฟังอยากทำตามอย่างประหลาด
แปลกดีจริง ๆ
ซังหลิงเดินไปเคาะประตูห้องข้าง ๆ
คนที่ออกมาเปิดประตูคือหญิงสาวผู้มีนามว่าเหมียวฉิน
เธอเห็นกระป๋องไมลู่จิงที่ซังหลิงกอดอยู่ด้วย
ซังหลิงยิ้มจนตาหยี เอ่ยทักอย่างหวานหยดว่า “พี่เหมียวฉิน ฉันขอน้ำร้อนสักหน่อยได้ไหม? ฉันจะชงไมลู่จิงให้พี่ดื่มด้วย”
