หย่งเล่ออดกลอกตาไม่ได้
นางคิดในใจว่า
เลี่ยนชะมัด น่าขยะแขยงจริง ๆ!
แต่พอคิดว่าพี่สี่ดีกับนางก็เพียงเพราะหวังสิ่งของในมือเท่านั้น รอวันที่พี่สี่ได้ขึ้นครองบัลลังก์ ซังหลิงที่หมดประโยชน์แล้วคงมีแต่ต้องร้องไห้!
มีเพียงคิดเช่นนี้ นางถึงจะรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
เยี่ยนหลิงอวิ๋นกล่าวว่า “เข้าไปเถอะ เสด็จแม่รอเจ้าอยู่นานแล้ว”
ซังหลิงยิ้มจนดวงตาโค้ง “หากเสด็จป้าตำหนิที่ข้ามาสาย พี่สี่ต้องช่วยพูดให้ข้านะ”
“ไม่มีทางหรอก เสด็จแม่รักเจ้ายิ่งนัก จะทำใจตำหนิเจ้าได้อย่างไร”
กลางตำหนักตั้งกระถางน้ำแข็งไว้ ไอเย็นแผ่ซึมออกมาทีละน้อย พอก้าวเข้าไปก็รู้สึกสดชื่นขึ้นทันตา
สตรีงามผู้หนึ่งนอนเอนกายอยู่บนตั่งนุ่ม ท่วงท่าและรูปโฉมสง่างามสูงศักดิ์ ทั่วทั้งตำหนักเงียบสงัด นางกำนัลค่อย ๆ นวดขาให้
ของประดับตกแต่งในตำหนักล้วนประณีตงดงาม เพียงเท่านี้ก็มองออกแล้วว่าพระสนมเสียนกุ้ยเฟยมีฐานะสูงส่งเพียงใดในวังหลัง
ส่วนเหล่าสนมที่ไม่ได้รับความโปรดปราน ยามหน้าร้อนก็ต้องทนทุกข์กับไอร้อน ยามหน้าหนาวก็ได้แต่กัดฟันทนความเหน็บหนาว
“พระสนมเพคะ” นางกำนัลเอ่ยเตือนเสียงแผ่วเบา
พระสนมเสียนกุ้ยเฟยค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ใบหน้าของนางคล้ายซังหลิงอยู่หลายส่วน โดยเฉพาะดวงตาจิ้งจอกคู่หนึ่งที่มีรูปทรงคล้ายกัน ทว่าดวงตาของซังหลิงกลมโตและใหญ่กว่า ดูไร้เดียงสาน่าเอ็นดู ส่วนพระสนมเสียนกุ้ยเฟยนั้น เพียงลืมตาขึ้นประกายแสงวาบหนึ่งก็ผ่านเข้ามาในดวงตา แววตาดำสนิทซุกซ่อนเล่ห์เหลี่ยมที่หล่อหลอมมาจากการแก่งแย่งชิงดีในวังลึก
