ซังหลิงยิ้มจนดวงตาโค้งมน “ฉันมีวิธีของฉันเองค่ะ”
ความจริงแล้ว เหตุผลที่แท้จริงก็คืออาการเรื้อรังในร่างกายของเฮยเหย่ ซังหลิงเพิ่งเห็นมันในตัวท่านนายพลเซี่ยเมื่อคืนนี้
“ยัยหนูนี่นะ...” เฮยเหย่หัวเราะอย่างเอ็นดู
เขาไม่มีลูก ไม่มีเมีย ตั้งแต่ยังหนุ่มก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสในสนามรบ พอปลดประจำการแล้วจึงเลือกไม่ไปขัดขวางชีวิตสาวดี ๆ ให้ต้องมาเสียเวลากับเขา
ตอนนี้เขาใช้ชีวิตไปวัน ๆ เท่านั้น
ซังหลิงบอกว่า “อาการของคุณไม่ได้หนักหนาอะไรค่ะ ฉันจะเขียนตำรับยาไว้ให้สองสูตร ถ้าคุณเชื่อฉัน ก็ลองจัดยาแล้วกินดูนะคะ”
ถ้าไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร
ซังหลิงถือเสียว่าเป็นการตอบแทนน้ำใจที่เขาเคยมอบของขวัญให้เธอคราวก่อน
ซังหลิงเขียนตำรับยาไว้ทั้งหมดสองใบ ใบหนึ่งเป็นยาพอก อีกใบเป็นยาบำรุงร่างกาย
ตอนนี้ฉินจื้อไม่อยู่ เขามาที่อำเภอเพื่อจัดการธุระ
พอเขียนเสร็จ ซังหลิงก็ฉีกตำรับยาทั้งสองใบออกจากสมุด แล้วยื่นให้เฮยเหย่
จากนั้นเธอก็ยกเก้าอี้เตี้ยตัวเล็กมานั่งข้างเขา เหม่อมองท้องฟ้าด้านนอก
เฮยเหย่เหลือบมองเธอ ก่อนจิ๊ปากแล้วก้มอ่านตำรับยา ลายมือของสาวน้อยเรียบร้อยอ่อนช้อย ดูสบายตายิ่งนัก ไม่เหมือนหมอที่เขารู้จักซึ่งทำราวกับกลัวคนอื่นอ่านออก
สาวน้อยคนหนึ่ง จะมีฝีมือทางการแพทย์สักแค่ไหนกันเชียว?
เฮยเหย่คิดเช่นนั้น ก่อนจะคิดต่อว่า ลองดูก็ลองดู จะวางยาฆ่าเขาได้หรือไง?
ซังหลิงไม่รู้เลยว่าเฮยเหย่กำลังคิดอะไรอยู่
ฉินจื้อกลับมาตอนใกล้เที่ยง พอกลับมาก็พาเธอไปกินข้าวที่ร้านอาหารรัฐวิสาหกิจแห่งเดิม
พนักงานเสิร์ฟที่เคยวางท่าหยิ่งผยองพอเห็นทั้งสองคน สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที ยืนนิ่งแข็งทื่ออยู่กับที่
