นอกหน้าต่างบานใหญ่คือทิวทัศน์แม่น้ำยามค่ำคืน
โทรทัศน์ในห้องนั่งเล่นเปิดเสียงเบา กำลังรายงานข่าวเศรษฐกิจภาคค่ำ
ชายหนุ่มสวมเสื้อยืดสีขาวเรียบง่ายที่สุด กำลังวิดพื้น หยาดเหงื่อจากการออกกำลังกายทำให้เนื้อผ้าบางชื้นแนบลำตัว กล้ามเนื้อเกร็งขึ้นทุกครั้งที่ออกแรง เส้นสายสมบูรณ์แบบจนชวนให้ตะลึง
ตุนหวงหมอบอยู่บนแผ่นหลังกว้างของซ่งถานอวี้ คล้ายอยากเพิ่มน้ำหนักให้เขาอีกหน่อย
ชายเสื้อที่ห้อยลงมาไหวเบา ๆ เสี่ยวหลีตัวน้อยจอมซนกลับพุ่งตัวเข้าไปข้างในเสียอย่างนั้น
“อื้อ...”
ซ่งถานอวี้ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะผ่อนแขนลงอย่างเอ็นดูปนจนใจ แล้วพลิกตัวนอนหงายลงบนพื้น
“เหมียว~” เสี่ยวหลีโผล่ออกมาจากคอเสื้อ ดวงตากลมโตใสซื่อจ้องมองเขา
“เล่นซนอีกแล้ว”
ส่วนตุนหวงกระโดดหนีไปก่อนแล้ว เพราะท่าทาง ‘ไร้เยื่อใย’ ของเจ้านาย มันจ้องเขาเขม็งอย่างโกรธเคือง
ซังหลิงกะพริบตาปริบ ๆ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งว่าตอนนี้ควรออกไปดีหรือไม่
ตุนหวงเห็นเธอก่อนใคร พริบตาเดียวก็ทำเสียงออดอ้อน “เหมียว~ เหมียวอู้!”
ซ่งถานอวี้กับเสี่ยวหลีก็หันมามองพร้อมกัน
สายตาทั้งสี่สบกัน ใบหน้าเล็กของซังหลิงร้อนผ่าว เธอเอ่ยอย่างกระอักกระอ่วน “ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเงียบไม่ส่งเสียง”
สายตาของซ่งถานอวี้เลื่อนผ่านติ่งหูแดงก่ำของเธอ มุมปากยกขึ้น “ไม่เป็นไร เพิ่งตื่นเหรอ ปวดหัวไหม?”
เขาลุกขึ้นนั่ง ลมหายใจยังสม่ำเสมอ เห็นได้ชัดว่ามีเรี่ยวแรงเหลือเฟือ
ซังหลิงส่ายหน้าอย่างว่าง่าย
“รอเดี๋ยวนะ”
