“กลายเป็นหมาคอยเลียแข้งเลียขาไปแล้ว”
เซเวียร์เอ่ยเยาะเย้ยเสียงเย็น
เกวนนีได้ยินดังนั้นก็อดมองเซเวียร์ครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ได้
ดวงตาสีน้ำเงินเข้มของเซเวียร์ค่อย ๆ เคลื่อนไหว ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่บนตัวเกวนนี
เกวนนีหงอขึ้นมาทันที แต่พอนึกถึงสิ่งที่ซังหลิงคาดเดาไว้ก่อนหน้านี้ ความคิดก็เริ่มเตลิดจนควบคุมไม่อยู่ เธออึกอัก อยากพูดแต่ก็ไม่กล้า สุดท้ายก็เอ่ยว่า “พี่ชาย พี่กับพี่อี้เหนียนหรือว่า...”
“หุบปาก!”
ใบหน้าของเซเวียร์คล้ำลงทันที
เขาไม่เคยคิดเลยว่าในหัวของเกวนนีจะจินตนาการเรื่องแบบนี้
เสียงตวาดที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันขัดจังหวะมื้ออาหารของซังหลิง
ทุกคนที่อยู่ในห้องแต่งตัวต่างหันไปมองตามเสียงนั้น
เกวนนีหดคอ ท่าทางหวาดกลัว
ซังหลิงขมวดคิ้ว เธออดทนกับเซเวียร์มานานแล้ว
เธอฟาดตะเกียบลงบนโต๊ะ ก่อนเดินตรงไปข้างเกวนนี ยืนขวางอยู่เบื้องหน้า แล้วจ้องเซเวียร์เขม็ง “คุณทำอะไรน่ะ!”
เกวนนีสะดุ้ง ไม่คิดว่าซังหลิงจะยอมปกป้องเธอ ทั้งเขินทั้งอาย อีกทั้งยังรู้สึกว่าตัวเองเมื่อครู่คงสมองทึบไปแล้ว ถึงได้ถามพี่ชายออกไปแบบนั้น
เมื่อเห็นสีหน้าของพี่ชายที่ดูแย่ ราวกับจะกินคน เกวนนีก็กลัวซังหลิงจะเสียเปรียบ จึงรีบคว้าแขนเธอไว้ “ซังซัง เธอเข้าใจผิดแล้ว พี่ชายไม่ได้ทำอะไรฉัน”
ซังหลิงไม่เชื่อ เธอมองเซเวียร์ตั้งแต่หัวจรดเท้า “เขาดูน่ากลัวขนาดนั้น ใครจะไปรู้ว่าเขาจะลงมือทำร้ายเธอหรือเปล่า”
เซเวียร์โกรธจนแทบหลุดหัวเราะ
เมื่อเห็นไป๋อี้เหนียนที่ออกโรงปกป้องคนของตัวเองลุกขึ้น แล้วเดินมาทางพวกเขา จู่ ๆ เซเวียร์ก็รู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมา
