เฮยเหย่ดูแล้วสนุกเสียจริง
โธ่เอ๊ย เจ้าฉินคนนั้นเห็นชัดว่าแสร้งเก่งสู้เจ้าหนุ่มนี่ไม่ได้ ดูจากที่เขาสั่งการทหารพวกนั้นได้ ชาติตระกูลก็คงไม่ธรรมดา
เจอคู่แข่งเข้าแล้วสินะ
พนักงานในร้านร้อนใจจนเหงื่อผุดเต็มหน้าผาก แต่เฮยเหย่กลับโบกมืออย่างอารมณ์ดี บอกอย่างใจเย็นว่าจะร้อนใจไปทำไม อีกฝ่ายไม่ได้มาพังร้านเสียหน่อย
คำพูดของเซี่ยซือเหมียนทำให้ซังหลิงใจเย็นลงได้บ้าง
ที่จริงเธอก็เคยแอบกังวลเหมือนกัน พอครอบครัวของเซี่ยซือเหมียนได้รับการคืนความเป็นธรรมแล้ว ต่อไปเขาจะกลับไปเป็นเซี่ยซือเหมียนผู้สูงส่งคนนั้นอีกหรือเปล่า จะไม่ยอมฟังเธอแล้วหรือเปล่า?
ซังหลิงไม่ยอมเด็ดขาด!
แต่ดูตอนนี้แล้ว เซี่ยซือเหมียนก็ยังเชื่อฟังเธอดี
แววตาซังหลิงวูบไหว มุมปากที่ยกขึ้นเผยความหยิ่งทะนงอย่างน่ารักจนปิดไม่มิด
“แล้วคนพวกนี้เป็นใครกัน?” เธอชี้ออกไปนอกประตู ก่อนหรี่ตามองเซี่ยซือเหมียน
เซี่ยซือเหมียนทำหน้าหงอย หางตาตกลง
“ผมนึกว่าคุณเกิดเรื่อง เลยไปถามพนักงานโรงแรมรัฐ ถึงได้รู้ว่าคุณไปกับฉินจื้อ”
“ฉันทิ้งกระดาษโน้ตไว้ให้แล้วนี่”
แววตาเซี่ยซือเหมียนฉายความงุนงง
ซังหลิงเห็นก็รู้ทันทีว่าเขาไม่รู้เรื่อง “ช่างเถอะ พนักงานต้อนรับของโรงแรมคงลืมเอาให้คุณล่ะมั้ง”
เธอโบกมือเล็ก ๆ
เซี่ยซือเหมียนถามหยั่งเชิงว่า “งั้นหลิงหลิง...หายโกรธผมแล้วใช่ไหม?”
เดิมทีเธอก็ไม่ได้โกรธอยู่แล้ว
เอาเถอะ โกรธนิดหน่อยก็ได้ แต่ซังหลิงจะยอมรับได้ยังไงล่ะ?
“คราวนี้ฉันยกโทษให้ แต่ถ้าคราวหน้าคุณทำแบบนี้อีกโดยไม่บอกกล่าว แถมยังพูดจาเหลวไหล ฉันตีคุณจริง ๆ แน่!”
“ได้ครับ” เซี่ยซือเหมียนพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว
