“หลิงหลิง—”
“ที่รัก”
หลังจากปะทะคารมกันเสร็จ ทั้งสองคนก็หาซังหลิงไม่พบ แต่ไม่นานนักก็เห็นเธอเดินเข้ามาจากด้านนอก โดยมีเซี่ยสุยตามหลังมา
เวลานี้ทุกคนอยู่ในห้องจัดเลี้ยง คำว่า “ที่รัก” ของซางอิงฉีจึงเรียกได้ว่าทำเอาทุกคนตะลึง
แม้แต่หลินเวิ่นหลานยังตกใจ
เธอค่อย ๆ คล้องแขนซังหลิง “หลิงหลิง เธอกับเขา...”
ซังหลิงตอบว่า “บางทีเขาอาจโตที่ต่างประเทศ เลยเป็นคนเปิดเผยกระมัง”
หลินเวิ่นหลานคิดดูแล้วก็เห็นจริงด้วย คนที่พบเจอมักเรียกกันว่า ‘ที่รัก’ จนติดปาก เรื่องแบบนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
“เข้าใจแล้ว งั้นหลิงหลิง เรามาตัดเค้กกันไหม?”
ซังหลิงตอบตกลง
เค้กก้อนใหญ่ ซังหลิงไม่ได้ตั้งใจนับว่ามีกี่ชั้น
ซังฮุยยืนรออยู่หน้าเค้กนานแล้ว “หลิงหลิง อธิษฐานขอพรสักข้อสิ”
ซังหลิงหยิบมีดขึ้นมา ก่อนเอ่ยเสียงเบา “คุณพ่อ หนูไม่มีอะไรอยากขอแล้วค่ะ”
สีหน้าของซังฮุยกับหลินเวิ่นหลานชะงักไปพร้อมกัน หลินเวิ่นหลานมองเธอ น้ำตาแทบจะเอ่อคลอ
ซังหลิงก้าวไปข้างหน้า ท่ามกลางเสียงอวยพร เธอตัดเค้ก
จากนั้นพนักงานเสิร์ฟก็รับช่วงต่อ แบ่งเค้กให้ทุกคน
จู้เหยาพึมพำ “นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย ซังหรูเยวี่ยยัยโง่เอ๊ย”
ยังดีที่หลิงหลิงกำลังจะจากไป เพื่อไปไล่ตามเส้นทางอาชีพที่เธอชอบ
แววตาของเซี่ยสุยเย็นเยียบลงเล็กน้อย
หลังแบ่งเค้กแล้ว บรรยากาศในงานวันเกิดก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง
ทุกคนนั่งประจำที่ จู้เหยากระซิบบอกซังหลิงอย่างมีลับลมคมในว่าเตรียมเซอร์ไพรส์ให้เธอ
ไฟมืดลง เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นบนเวที
ทันทีที่โจวชีเสวี่ยปรากฏตัว แสงไฟที่สว่างขึ้นพร้อมกันก็ขับเน้นสีหน้าของเซี่ยสุยให้ดูบิดเบี้ยวขึ้นมาหลายส่วน
