โจวชีเสวี่ยมองสิ่งของที่อยู่ข้างเท้า แววตาฉายความไม่เต็มใจวูบหนึ่ง
เขาเม้มริมฝีปาก ดวงตาฉ่ำน้ำมองซังหลิง
เห็นได้ชัดว่าเขารู้ดีว่าจุดแข็งของตัวเองคืออะไร
ซังหลิงเดินออกไปอย่างไร้อารมณ์ ความรู้สึกแสบร้อนที่ฝ่ามือยังตามหลอกหลอน ทำให้เธออารมณ์เสียไม่น้อย
“อย่าไปนะ—”
จู่ ๆ โจวชีเสวี่ยก็เอื้อมมือมาคว้าข้อมือของซังหลิงไว้
ข้อมือของหญิงสาวเรียวเล็ก ราวกับกิ่งไม้เปราะบาง
แต่กลับมอบความสุขแสนลึกล้ำให้เขาได้เช่นกัน
โจวชีเสวี่ยพูดเสียงอู้อี้ปนวิงวอน “ฉันไม่อยากใช้ของนั่น…”
ทั้งชีวิตนี้เขายังไม่เคยมีแฟนสักคน แล้วจะมอบครั้งแรกให้…ได้อย่างไร
เส้นผมเปียกชื้นสีฟ้าหม่นของชายหนุ่มปรกลงมาบนคิ้วตาได้รูป ริมฝีปากสีแดงระเรื่อเม้มแน่น
ซังหลิงเอียงหน้า เลิกคิ้วขึ้นนิด ๆ “แล้วไง? คุณอยากนอนกับฉันหรือไง?”
“ฉัน…” โจวชีเสวี่ยกลืนน้ำลาย
แม้ไม่ได้พูดอะไร แต่ความปรารถนาในดวงตากลับเอ่อล้นจนแทบจับต้องได้
ซังหลิงบิดข้อมือเบา ๆ ก็หลุดจากมือเขา
“เสียดายจัง ฉันไม่ได้ขาดผู้ชาย”
พอเธอจะไป โจวชีเสวี่ยก็ร้อนรน
“อย่าไปนะ คุณ…” เขากระดากอายอยู่บ้าง ก่อนกดเปลือกตาที่แดงเรื่อลง “อยู่ตรงนี้ก็พอ ฉัน…ฉันจัดการเอง…”
ซังหลิง: “……”
เธอตัดสินใจกลับไปตบเซี่ยสุยสักสองสามฉาดให้หนำใจ เขาก่อเรื่องไว้แท้ ๆ ทำไมเธอต้องมาเก็บกวาดด้วย?
โจวชีเสวี่ยจ้องเธอด้วยดวงตาราวกับหมาป่าหิวโหย ลำคอระหงเชิดขึ้นสูงดุจหงส์ ลูกกระเดือกขยับตามลมหายใจ ราวกับกำลังกลืนน้ำลาย
ซังหลิงกอดอก นั่งลงบนเก้าอี้นุ่มอย่างเกียจคร้าน
