ซังหลิงขมวดคิ้ว ก่อนแตะแผลของโม่จั๋วฮวาเบา ๆ
“เจ็บมากไหม?”
ปลายนิ้วของหญิงสาวแนบลงบนผิวกายของโม่จั๋วฮวา อุณหภูมิจากนิ้วมือทำให้กล้ามเนื้อของเขากระตุกขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
“ซี๊ด…”
ได้ยินเขาสูดปาก ซังหลิงก็รีบหดมือ เงยหน้าขึ้นมอง “ฉันทำให้คุณเจ็บเหรอ?”
“เปล่า” โม่จั๋วฮวากะพริบตาคู่สวยอย่างไร้เดียงสา ก่อนถามว่า “นิ้วของหลิงหลิงเหมือนมีกระแสไฟเลย ชาจัง”
“…” ซังหลิงชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วถลึงตามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์
“นี่มันเวลาไหนแล้ว ยังจะล้อเล่นอีก”
โม่จั๋วฮวาทำหน้าตัดพ้อ “ล้อเล่นตรงไหน ผมพูดจริงนะ เมื่อก่อนผมไม่เคยรู้เลยว่าบนท้องตัวเองมีจุดอ่อนไหวเยอะขนาดนี้”
เขาทำหน้าเคร่งขรึม ราวกับพร้อมจะสาบานได้ทุกเมื่อ
ซังหลิงถึงกับพูดไม่ออก
ผ่านไปครู่ใหญ่ เธอจึงถอนหายใจเบา ๆ
“คุณบอกว่าพ่อแม่ขังคุณไว้ในบ้าน แล้วออกมาได้ยังไง?”
ซังหลิงจูงโม่จั๋วฮวาให้นั่งลง ขมวดคิ้วพลางก้มมองเขาอย่างจริงจัง
โม่จั๋วฮวารู้สึกกดดันขึ้นมา จึงโอบเอวซังหลิงเอาใจ ทำตัวเหมือนหมาตัวโตที่กำลังออดอ้อนขอความรัก แก้มถูไถกับท้องของเธอ “ก็หนีออกมาได้แบบนั้นแหละ เฮ้อ พวกเขาน่าหงุดหงิดจะตาย เจียงเชียนอวี่ก็น่าหงุดหงิดเหมือนกัน! ไม่มีน้ำใจเอาซะเลย!”
ที่จริงกว่าจะหนีออกมาได้ก็ไม่ง่ายเลย เขาวิ่งออกมามือเปล่า ไม่มีแม้แต่โทรศัพท์มือถือ จึงยืมโทรศัพท์ของคนที่เดินผ่านไปมาโทรหาเพื่อนคนหนึ่ง เพราะคิดถึงซังหลิงมาก เลยให้เพื่อนขับรถมาส่งที่หน้าคฤหาสน์
