สมองของโม่จั๋วฮวาส่งเสียงหึ่งขึ้นมาวูบหนึ่ง
ชั่วขณะนั้น ในหัวพลันว่างเปล่าไปหมด
เขามองริมฝีปากแดงคู่นั้นขยับไปมา น้ำเสียงอ่อนโยนเหลือเกิน คนที่เขาหลงใหลในเสียงมาตั้งแต่ยังไม่เคยเห็นตัวจริง จะพูดจาไร้หัวใจขนาดนี้ได้อย่างไร
ในอกขมปร่าอย่างหนัก จมูกและขอบตาพลอยแสบตึงไปด้วย
น้ำตาของโม่จั๋วฮวาเอ่อทะลักออกมาในพริบตา
เขาไม่เคยคิดเลยว่าชาตินี้จะมีช่วงเวลาน่าอับอายเช่นนี้ แต่กลับห้ามตัวเองไม่ได้ ควบคุมต่อมน้ำตาไม่อยู่โดยสิ้นเชิง
“ผมไม่เอา! คุณจะทิ้งผมไปแบบนี้ไม่ได้นะ!”
ซังหลิงเห็นโม่จั๋วฮวาร้องไห้ ในใจก็รู้สึกซับซ้อนขึ้นมา แววตาพลันว้าวุ่น “จั๋วฮวา ใจเย็นก่อน...”
“ผมไม่เอา ไม่เอา ไม่เอา ไม่เอา! ทำไมคุณถึงพูดว่าจะทิ้งผมแล้วก็ทิ้งกันง่าย ๆ ล่ะ เราเข้ากันได้ดีมาตลอดไม่ใช่เหรอ? ผมถึงขั้นไม่เรียกร้องให้คุณหย่าด้วยซ้ำ ผมยอมเป็นมือที่สามก็ได้...”
โม่จั๋วฮวาปาดน้ำตา ดวงตาแดงก่ำราวกับกระต่าย
ซังหลิงรู้สึกผิดอยู่บ้าง เธอคิดว่าทั้งหมดเป็นเพราะจูบวูบวาบครั้งนั้นของตัวเอง ที่ทำให้โม่จั๋วฮวาเข้าใจผิดไป
พูดไปแล้วเธอก็มีส่วนต้องรับผิดชอบ
“แต่พ่อแม่คุณคงไม่ยอมหรอก ฉันก็ไม่อยากให้คุณต้องเจ็บปวดเพราะฉัน เรื่องก่อนหน้านี้เป็นความผิดของฉัน ฉันจะชดเชยให้คุณนะ เอาละ... อื้อ!”
ยังพูดไม่ทันจบ ร่างของซังหลิงก็ลอยขึ้นจากพื้นอย่างกะทันหัน
ภาพตรงหน้าหมุนคว้างไปหมด วินาทีต่อมาเธอก็ถูกโยนลงบนเตียง
ยังไม่ทันได้ตั้งตัว เงาร่างใหญ่เหนือศีรษะก็ทาบคลุมลงมา บดบังแสงไฟจนมิด
ซังหลิงส่งเสียงร้องแผ่วเบา ก่อนลมหายใจจะถูกช่วงชิงไป อุณหภูมิร่างกายของชายหนุ่มสูงลิ่ว ภายในปากยิ่งร้อนผ่าว
