บรรยากาศที่เมื่อครู่ยังกลมกลืนกันดี พลันเปลี่ยนไปทันทีที่ใครบางคนมาถึง
ซังหลิงขยับเข้าไปใกล้ไป๋อี้เหนียน ก่อนจะทักทายแค่เกวนนี
“หวัดดี เกวนนี”
เกวนนียิ้มเจื่อน ๆ “หวัดดี ซังซัง บังเอิญจังเลยนะ”
เซเวียร์หัวเราะหึ
เขาถามอย่างไม่รู้กาลเทศะว่า “เกวนนี เธอว่าฉันมีตรงไหนไม่เหมือนปกติบ้าง”
เกวนนีแม้จะงุนงง แต่ก็แทบไม่เคยขัดใจพี่ชาย เธอจึงกวาดตามองเซเวียร์ตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างจริงจังอยู่หลายวินาที ก่อนจะส่ายหน้า “พี่ก็เหมือนปกตินะ แต่วันนี้ดูหล่อขึ้นอีกนิด”
เธอเอ่ยชมอย่างขี้เล่น
“งั้นเหรอ”
เซเวียร์ยิ้มแต่ไม่ยิ้ม “ฉันนึกว่าวันนี้ตัวเองกลายเป็นมนุษย์ล่องหนไปแล้วเสียอีก ว่าไง พวกเธอสองคนมองไม่เห็นฉันหรือไง”
ไป๋อี้เหนียนขมวดคิ้ว เตือนเสียงเรียบ “อย่าหาเรื่อง”
เซเวียร์ยักไหล่ ยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “น่าผิดหวังจริง ๆ เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งหลายปี นายจะทำร้ายฉันเพราะเด็กที่เพิ่งรู้จักกันไม่นานคนเดียวแบบนี้เหรอ”
ไป๋อี้เหนียนกดหว่างคิ้ว เขาไม่คิดเลยว่าเซเวียร์จะเจ็บปวดเพราะคำพูดของตัวเอง
ในความเห็นของเขา เซเวียร์เป็นคนไร้หัวใจ
“นายไปเที่ยวกับเกวนนีเถอะ ฉันจะไปที่อื่นกับซังหลิง”
ไป๋อี้เหนียนจับแขนซังหลิง เตรียมพาเธอเดินจากไป
เซเวียร์ก้าวตามมาอย่างแนบเนียนสองก้าว พอดิบพอดีกับการขวางทางพวกเขาไว้
“ไม่ต้องรีบสิ ไปเที่ยวด้วยกันเถอะ”
คราวนี้ไป๋อี้เหนียนเริ่มไม่พอใจจริง ๆ สำหรับเขาแล้ว การกระทำของเซเวียร์ไม่ต่างอะไรกับการยั่วยุ
