งานเทศกาลดอกไม้ไฟที่จัตุรัสกลางเมืองจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา
ดูเหมือนจะมีดารามาร่วมงานด้วย พวกเขากำลังร้องเพลงบนเวทีกลางแจ้ง
ใบหน้าของทุกคนเปื้อนยิ้ม แววตาเต็มไปด้วยความหวังต่ออนาคต
แม้สหพันธรัฐจะก่อตั้งมานานหลายปี แต่สงครามเพิ่งสงบลงชั่วคราวเมื่อไม่นานมานี้ ก่อนหน้านั้นตลอดหลายปี สหพันธรัฐทุ่มเทให้กับการพัฒนาเทคโนโลยีและสนับสนุนกำลังรบแนวหน้าเป็นหลัก จนอาหารการกินซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สุดของมนุษย์กลับถูกละเลย
แต่ตอนนี้ฐานวิจัยเกษตรกรรมกำลังเพาะพันธุ์พืชชนิดใหม่อยู่เรื่อย ๆ คิดว่าอีกไม่นานคุณภาพชีวิตของประชาชนก็คงดีขึ้นได้
ซังหลิงกดปีกหมวกลงต่ำ เดินอยู่ข้างไป๋อี้เหนียน เขาเองก็สวมหมวกเช่นกัน ใต้เงาหมวกเผยให้เห็นใบหน้าคมคายที่ยิ่งดูเข้มขรึมขึ้น
“เราต้องระวังหน่อยนะ ถ้าคนอื่นจำคุณได้ คงฮือฮากันใหญ่แน่”
ไป๋อี้เหนียนเผยสีหน้าอ่อนใจ “ทำไมแม้แต่คุณก็...”
สำหรับเขาแล้ว ฟังดูคล้ายถูกหยอกล้อมากกว่า
ซังหลิงเห็นว่าเขาพูดจริงจัง จึงอดถอนหายใจไม่ได้ “คุณนี่ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองเป็นที่นิยมแค่ไหน—ถ้าถูกจำได้ขึ้นมา เพื่อไม่ให้แฟนคลับคลั่งไคล้ของคุณเหยียบฉันแบน ฉันคงต้องวิ่งหนีไปก่อนโดยไม่หันกลับมามองแล้วล่ะ”
“...” ฝ่ามือใหญ่ของไป๋อี้เหนียนกดลงบนศีรษะเธอ ก่อนขยี้แรง ๆ ทีหนึ่ง เขาเอ่ยอย่างจริงจังว่า “เพื่อไม่ให้คุณทิ้งผมแล้วหนีไป ผมควรจับคุณไว้ตั้งแต่ตอนนี้เลยไหม”
“พรืด”
ซังหลิงคิดว่าเขาพูดเล่น จึงกลั้นหัวเราะไม่อยู่ “คุณนี่ร้ายจังเลยนะ”
