ภายในห้องโดยสารที่เก็บเสียงได้ดีเยี่ยม มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของหญิงสาว
ฮั่วฉี่เฉินกลั้นหายใจ กลิ่นหอมของลูกพีชที่ตามติดราวกับเงาซึมซาบเข้าสู่ทุกอณูในร่างกาย
แขนข้างที่หญิงสาวกอดไว้ราวกับหมอนข้างแข็งทื่อจนชาไปหมด ราวกับไม่ใช่แขนของเขาอีกต่อไป
ฮั่วฉี่เฉินเติบโตมาอย่างอิสระ เรื่องพิเศษทั้งหมดในชีวิตของเขาดูเหมือนจะมอบให้เธอไปหมดแล้ว
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ฮั่วฉี่เฉินก็อดยิ้มอย่างจนใจไม่ได้
เขาก้มตาลง แววตาอ่อนโยนจนเกินบรรยาย
พลางลูบเส้นผมนุ่มสลวยของซังหลิงเบา ๆ
ตอนหลับก็ว่านอนสอนง่ายแท้ ๆ ทำไมพอลืมตาขึ้นมาก็เกลียดพี่เสียแล้วล่ะ หลิงหลิง...
ต่อให้เส้นทางนี้ยาวไกลเพียงใด ก็ย่อมมีวันที่ถึงปลายทาง
รถจอดหน้าคฤหาสน์ตระกูลซัง
คนขับหันกลับมา ยังไม่ทันเอ่ยปาก ฮั่วฉี่เฉินก็ส่งเสียง “ชู่” เสียก่อน
เขาชี้ไปที่ประตูรถ
คนขับเข้าใจทันที รีบลงจากรถแล้วเดินอ้อมไปเปิดประตูด้านหลัง
ฮั่วฉี่เฉินประคองซังหลิงเข้ามาในอ้อมแขนอย่างเบามือ ก่อนอุ้มเธอออกไปในท่าเจ้าหญิง
ร่างเล็กจ้อยนั้นดูเหมือนจะไม่ได้หนักไปกว่าตอนเด็กสักเท่าไร
ฮั่วฉี่เฉินอดต่อว่าตระกูลซังในใจไม่ได้ เลี้ยงเด็กกันเป็นหรือเปล่า? ทำไมหลิงหลิงโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ยังมีเนื้อมีหนังขึ้นมาไม่เท่าไรเลย
ความคิดในหัวเขาวนเวียนไปสารพัด
ไม่สิ ที่จริงก็มีเนื้ออยู่บ้าง
ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวอย่างไม่ถูกกาลเทศะ
จนฮั่วฉี่เฉินอดตำหนิตัวเองไม่ได้
ร่างกายของเขาเกร็งแข็ง รู้สึกว่าแขนที่โอบอุ้มซังหลิงอยู่แทบไม่ใช่ของตัวเอง
