หลังออกจากบ้านตระกูลฉิน คุณย่าฉินยัดของใส่ถุงใบเล็กให้ซังหลิงจนได้ กำชับให้เธอเอาขึ้นเขาไปกิน
ในกระติกน้ำมีน้ำร้อน ทั้งยังมีไข่ต้มที่คุณย่าทำไว้ให้กับขนมจุบจิบอีกหลายอย่าง เช่น มันเทศตากแห้ง ลูกอม ขนมเค้กไข่ และอื่น ๆ...
คราวนี้จางอวี้หัวเป็นคนชวนทุกคนขึ้นเขาไปเก็บฟืน
เพียงแต่ไม่คิดว่าฝั่งเยาวชนชายผู้มีการศึกษาจะไปด้วย
จางอวี้หัวบอกว่า “มีเยาวชนชายผู้มีการศึกษาอยู่ด้วย ก็ปลอดภัยขึ้นหน่อย ทุกคนจะได้ช่วยดูแลกัน”
ถึงอย่างไรกองผลิตอวี๋เฉียนจะดูกลมเกลียวกันดีในยามปกติ แต่หมู่บ้านไหนบ้างที่ไม่มีพวกนักเลงอันธพาลอยู่สักสองสามคน?
เยาวชนหญิงผู้มีการศึกษาที่ไม่มีญาติพี่น้องอยู่ที่นี่ แถมยังต้องมาอยู่ไกลบ้าน ย่อมลำบากกว่าเยาวชนชายมาก
ซังหลิงเห็นเซี่ยซือเหมียนอยู่ในกลุ่มด้วย
พูดถึงเรื่องนี้ หลังเซี่ยซือเหมียนย้ายออกจากบ้านพักรวมตอนอายุสิบสี่ ซังหลิงก็ไม่ได้เจอเขาอีกเลย
ทั้งสองไม่ได้สนิทกันนัก เซี่ยซือเหมียนอายุมากกว่าเธอสามปี ตอนซังหลิงยังเรียนประถม เขาก็เรียนมัธยมต้นแล้ว
ซังหลิงสะพายกระเป๋าเดินตามท้ายกลุ่ม ไม่คิดเลยว่าการขึ้นเขาที่พูดถึงจะต้องเดินไปเองทั้งหมด
เดินไปสองสามลี้กว่าจะถึงจุดหมาย
ภูเขาสูงทอดต่อกันเป็นแนวยาว ตรงทางเข้ามีเส้นทางคดเคี้ยวเล็ก ๆ ที่ชาวบ้านซึ่งขึ้นเขาบ่อยเหยียบย่ำจนเกิดเป็นทาง พวกเขาจึงเดินไปตามเส้นทางนั้น
จางอวี้หัวบอกเยาวชนผู้มีการศึกษาที่เพิ่งมาใหม่ว่า “จะแยกกันเก็บฟืนก็ได้ แต่อย่าเดินไปไกลหรือเข้าไปลึกนัก ที่ลึก ๆ ต่อให้เป็นพรานเก่าก็ยังไม่กล้าเข้าไป ข้างในมีทั้งหมาป่ากับเสือจริง ๆ นะ!”
