ลู่หมิงเฉียวลุกจากเตียงทั้งตัวชุ่มเหงื่อ
เขาเดินไปที่โต๊ะ หยิบน้ำออกมาขวดหนึ่งแล้วดื่มรวดเดียวจนหมด
แต่ก็ยังระงับแรงปรารถนาในร่างกายที่ยากจะควบคุมไม่ได้
เขารวบผมปรกหน้าผากที่เปียกชื้นไปด้านหลัง พลางสลัดภาพวาบหวามที่ยังติดตาไม่ยอมเลือนออกจากหัว
ซังหลิงหลับไปแล้ว
แสงจันทร์ส่องรอยน้ำตาตรงหางตาของเธอ ทำให้ลู่หมิงเฉียวหวนคิดถึงตอนที่หญิงสาวซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขาอีกครั้ง
อ้อนวอนให้เขา ‘ช่วย’
“บ้าจริง...”
ลู่หมิงเฉียวสบถเสียงต่ำ ก้มตามองจุดหนึ่งของร่างกาย
ในที่สุดก็ยอมแพ้
แล้วก้าวฉับ ๆ ออกจากห้อง
“หืม? คุณลู่นอนไม่หลับหรือครับ?”
ที่ระเบียงชั้นสอง จี้ชิงอันเห็นลู่หมิงเฉียวเดินมา จึงเท้าแขนกับราวแล้วหันกลับไปมอง
ฝีเท้าของลู่หมิงเฉียวชะงักเล็กน้อย
เขาหยุดอยู่ห่างออกไปหลายเมตรแล้วพยักหน้า “คุณหมอจี้ก็นอนไม่หลับเหมือนกันหรือครับ?”
จี้ชิงอันเท้าคาง แสงจันทร์สาดเฉียงลงบนร่างเขา “ผมกำลังชมวิว คุณลู่อยากมาดูด้วยกันไหมครับ?”
ชายหนุ่มสวมชุดอยู่บ้านสีขาวบริสุทธิ์ ทั้งตัวดูราวกับไม่แปดเปื้อนสิ่งใด เป็นความรู้สึกที่ไม่เข้ากับโลกใบนี้เลย
ลู่หมิงเฉียวข่มความร้อนรุ่มในกาย ก่อนเดินขึ้นไปบนระเบียง
สายลมหนาวเย็นยะเยือกราวกับคมมีด
เขามองลงไปข้างล่าง
มีซอมบี้สองสามตัวเดินเตร่อยู่
แต่เห็นได้ชัดว่าวิวที่จี้ชิงอันพูดถึงไม่ได้หมายถึงพวกมัน—
ต้นกุหลาบที่ปลูกอยู่ริมถนนสูงเกือบสามเมตร ดอกใหญ่โตจนแทบปกคลุมกิ่งก้าน ส่วนกิ่งก้านก็มีหนามสีดำขึ้นแน่นขนัดจนชวนให้หนังศีรษะชาวาบ ทันทีที่สัมผัสได้ว่ามีซอมบี้เข้าใกล้ จู่ ๆ หนามเหล่านั้นก็ราวกับมีชีวิต พุ่งแทงเข้าไปในสมองของซอมบี้อย่างรวดเร็ว
