ต้องเป็นภาพลวงตาแน่!
ซังหลิงรู้สึกอยู่ตลอดว่า ตอนเฟิงไป๋ฮั่นพูดถึง ‘ภาพวาด’ สายตาที่ทอดมองมาทางเธอนั้นช่างมีความหมายลึกซึ้ง
หัวใจดวงน้อยเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย เธอประคองแก้วน้ำผลไม้แล้วพยายามทำตัวสงบเสงี่ยม
เจิ้งมู่อวี่เป็นเด็กสาวที่เข้าสังคมเก่งมาก มีเธออยู่ด้วยบรรยากาศก็ไม่อึดอัด
เธอเอาแต่ซักไซ้เฟิงไป๋ฮั่นเรื่องข่าวซุบซิบในวงการบันเทิง
เฟิงไป๋ฮั่นกดหว่างคิ้วเบา ๆ คำพูดถูกเด็กสาวคนนี้พูดไปหมดแล้ว
เขาหลุบตาลง “เคยมีใครบอกไหมว่าเธอพูดมากจริง ๆ”
เจิ้งมู่อวี่ตอบ “มีสิ! ฉันเป็นคนประเภทอีไง! จริงสิ พี่ไป๋ล่ะ? พี่ซังต้องเป็นคนประเภทไอแน่ ๆ”
เฟิงไป๋ฮั่น “……”
เด็กคนนี้ฟังไม่ออกเลยว่าเขากำลังเหน็บแนม
ซังหลิงได้เห็นเฟิงไป๋ฮั่นจนมุมแบบนี้นาน ๆ ที ที่แท้เขาก็มีมุมที่ถูกคนอื่นทำให้พูดไม่ออกเหมือนกัน
มุมปากเธอยกขึ้น ก่อนจะยกแก้วมาบังไว้อย่างเงียบ ๆ
แววตาของโจวจ้านหม่นลงเล็กน้อย
“จริงสิ” ซังหลิงเงยหน้าขึ้นในจังหวะนั้น พอเห็นความหม่นหมองที่โจวจ้านยังเก็บซ่อนไม่ทันในดวงตา เธอก็นิ่งงันไปครู่หนึ่ง แต่พอมองดี ๆ เขาก็กลับมาเป็นคนสง่างามผุดผ่องอย่างเดิมแล้ว คงเป็นเธอที่ตาฝาดไป เธอถามว่า “คุณฟื้นตัวดีขึ้นหรือยัง? ฉันนึกว่าคืนนี้คุณจะไม่มาเสียอีก”
“ก็ดีขึ้น ช่วงนี้อยู่บ้านก็ถูกปฏิบัติราวกับเป็นของเปราะบาง ออกมาดูความครึกครื้นบ้างก็ดีเหมือนกัน”
ซังหลิงพูดว่า “วันนั้นคุณอันตรายมากจริง ๆ”
เขาหมดสติไปทั้งวันอย่างไร้สุ้มเสียง เพื่อนกลุ่มนั้นของเขากลับไม่มีใครสังเกตเห็นเลยสักคน
