เซี่ยซือเหมียน
ชื่อชื่อนี้ผุดขึ้นมาในหัวของซังหลิงทันที
เซี่ยซือเหมียนก็เห็นเธอเช่นกัน ดวงตาดำสนิทที่สงบนิ่งไร้คลื่นอารมณ์มีแววประหลาดใจบางเบาวูบผ่าน หากไม่สังเกตให้ดี ย่อมมองข้ามไปได้ง่าย
ตอนเด็กเซี่ยซือเหมียนเคยอาศัยอยู่ในลานบ้านเดียวกับเจ้าของร่างเดิม ต่อมาครอบครัวเซี่ยเกิดเรื่อง พ่อแม่กับพี่ชายของเขาถูกส่งไปใช้แรงงานตามพื้นที่ต่าง ๆ ส่วนเซี่ยซือเหมียนก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ที่แท้เขามาชนบทนี่เอง
“เซี่ยซือเหมียน หัวหน้ากองบอกว่าถ้าว่างก็ให้ไปหาเขาหน่อย” จางอวี้หัวบอก
“อืม”
เซี่ยซือเหมียนถอนสายตากลับอย่างเรียบเฉย แม้จะได้พบคนคุ้นเคยที่นี่ แต่ก็ไม่สำคัญอะไร อีกทั้งยังไม่ใช่คนที่สนิทกันมากด้วย
เดิมทีซังหลิงยังคิดจะทักทาย แต่พอเห็นท่าทีไม่อยากสนใจเธอของเซี่ยซือเหมียน จึงฝืนกลืนคำพูดที่จ่ออยู่ริมฝีปากลงไป
ฮึ ในเมื่อเขาจะทำตัวแบบนั้น แล้วเธอจะเอาหน้าร้อนไปแนบก้นเย็นทำไม
เห็นแก่ความผูกพันตอนเด็กแท้ ๆ เธอยังคิดจะถามด้วยซ้ำว่าเขาสบายดีไหม
เซี่ยซือเหมียนไม่มีธุระอะไร จึงเอาห่อสัมภาระที่ถืออยู่กลับเข้าไปเก็บในห้อง ก่อนจะออกไปหาหัวหน้ากอง
ชายหนุ่มสวมเสื้อคลุมสีเทา ข้างในเป็นเสื้อไหมพรมที่ดูเก่าแต่ก็ยังใช้ได้
เสื้อผ้ามอซอไม่อาจบดบังความสูงศักดิ์ที่แผ่ออกมาจากตัวเขาได้
ใบหน้าของหวังหลิงหลิงแดงระเรื่อ กระทั่งเซี่ยซือเหมียนเดินจากไปไกลแล้ว เธอก็ยังหันกลับไปมองอยู่เรื่อย ๆ
ข้าวยังไม่ทันเอากลับไปเก็บ เธอก็รีบร้อนเข้าไปหาจางอวี้หัวเพื่อถามเรื่องของเขาเสียแล้ว
ซังหลิงไม่สนใจ อากาศข้างนอกหนาวจับใจ เธอเอาข้าวที่หอบกลับมาใส่ตู้ พอทำเสร็จก็เริ่มเบื่อขึ้นมา
