เดินมาเกือบครึ่งชั่วโมง
จ้าวเต๋อเชิ่งถึงกลับมาถึงซื่อเหอย่วน เขาเดินผ่านลานหน้าเข้าไปยังลานกลาง
เจียตงซวี่ได้ยินเสียงฝีเท้า พอเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาคือจ้าวเต๋อเชิ่ง
สีหน้าของเจียตงซวี่ก็หม่นลงทันที เขาจ้องจ้าวเต๋อเชิ่งด้วยสายตาอาฆาต
เมื่อคืนถูกซ้อมเสียยับ
แถมยังถูกรีดเอาเหรียญเงินต้าหยางไปห้าสิบเหรียญอย่างหน้าด้าน ๆ
ทำให้เงินเก็บของตระกูลเจียหมดเกลี้ยง
เรื่องนี้ทำให้คนทั้งตระกูลเจียเกลียดจ้าวเต๋อเชิ่งเข้ากระดูกดำ
จ้าวเต๋อเชิ่งหยุดฝีเท้า
มองท่าทางกัดฟันกรอดของเจียตงซวี่แล้วก็อดขำไม่ได้
เขาไม่สนใจสายตาอาฆาตของเจียตงซวี่เลยสักนิด
ไอ้ขี้ขลาดไร้น้ำยาแบบนี้ก็ทำได้แค่ถลึงตาใส่เท่านั้น ต่อให้ยื่นมีดให้ก็ไม่กล้าแทงใครหรอก
“ไง? หน้ายังบวมไม่หายดีก็ลืมบทเรียนแล้วหรือ?”
จ้าวเต๋อเชิ่งหัวเราะเยาะแล้วเอ่ยปากถากถางทันที
“มองฉันเหมือนอยากกินเลือดกินเนื้อแบบนั้น เมื่อคืนยังโดนอัดไม่พออีกหรือไง?”
“หรือว่าบ้านแกขุดเหรียญเงินต้าหยางได้เพิ่มอีก เลยไม่รู้จะเอาไปใช้ที่ไหน?”
จ้าวเต๋อเชิ่งจงใจก้าวยาว ๆ ไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
“ถ้าไม่พอใจก็ลองพาคนมาหาเรื่องถึงบ้านฉันดูสิ จะได้รู้ว่าฉันกล้าทุบขาแกหักหรือเปล่า”
เจียตงซวี่สะดุ้งเฮือกจนตัวสั่น ถอยกรูดไปหลายก้าว เกือบหงายก้นลงไปกองกับพื้น
เจียตงซวี่ไม่กล้ารับคำท้าของจ้าวเต๋อเชิ่ง จึงหันหลังวิ่งเข้าไปในห้องปีกตะวันตกทันที
ไอ้ขี้ขลาดไร้ประโยชน์แบบนี้
จ้าวเต๋อเชิ่งขี้เกียจแม้แต่จะมองซ้ำ
จังหวะนั้นเอง เหอต้าชิงก็กลับมาจากข้างนอก
เหอต้าชิงเงยหน้าขึ้นเห็นจ้าวเต๋อเชิ่งยืนอยู่ตรงนั้น จึงพยักหน้าให้เป็นการทักทาย
เมื่อวานเขาเห็นกับตาว่าหนุ่มคนนี้มีฝีมือการต่อสู้ร้ายกาจแค่ไหน แถมยังลงมืออย่างโหดเหี้ยมไม่ไว้หน้าใคร
