จ้าวเต๋อเชิ่งหลับได้สบายจนหาคำบรรยายไม่ถูก
ในมิติวิเศษไม่มีลมหนาวจากภายนอก อุณหภูมิคงที่ตลอดเวลา
เมื่อเขาลืมตาขึ้น ข้างนอกก็สว่างจ้าแล้ว
เขาหยิบนาฬิกาขึ้นมาดู
ให้ตายสิ สิบโมงกว่าแล้ว
เขาค่อย ๆ ลุกจากเตียงอย่างไม่รีบร้อน
ล้างหน้าล้างตาด้วยน้ำสะอาดที่เตรียมไว้ในมิติวิเศษ
จากนั้นก็หยิบซาลาเปาเกาปู้ลี่ออกมาหนึ่งเข่ง แล้วจัดการกินจนหมด
อิ่มหนำสำราญ
จ้าวเต๋อเชิ่งวูบออกจากมิติวิเศษ กลับมายังห้องหลักในตึกข้างแดวนตะวันออก
พอเปิดประตูห้อง อากาศเย็นก็ปะทะเข้ามา
เมืองหลวงจูช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ปี 1948 เริ่มมีไอหนาวอยู่บ้างแล้ว
จ้าวเต๋อเชิ่งก้าวออกจากซื่อเหอย่วน
วันนี้เขามีภารกิจ
มิติวิเศษน้ำบ่อเซียนกว้างใหญ่ขนาดนั้น จะปล่อยให้ว่างเปล่าไม่ได้
ต้องรีบซื้อสิ่งมีชีวิตเข้าไปเติมเสียหน่อย
เมื่อมาถึงถนนใหญ่
จ้าวเต๋อเชิ่งก็เรียกรถลากคันหนึ่ง
“ผู้ใหญ่ที่หนึ่งของลาน จะไปไหนครับ?”
คนลากรถถามพลางพ่นไอขาวออกจากปาก
“ไปตลาดปศุสัตว์ที่ใกล้ที่สุด”
จ้าวเต๋อเชิ่งโยนเหรียญเงินต้าหยางครึ่งเหรียญให้ตามสบาย
คนลากรถรับเหรียญเงินต้าหยางไว้ พอเห็นเงินก็มีแรงขึ้นมาทันที ลากรถวิ่งฉิว
กว่าครึ่งชั่วโมงต่อมา
รถลากจอดลงหน้าตลาดกว้างใหญ่ที่ดูวุ่นวายแห่งหนึ่ง
ทั่วทุกแห่งมีทั้งมูลวัวและกลิ่นสาบแกะ
จ้าวเต๋อเชิ่งยกมือปิดจมูก ลงจากรถแล้วเดินเอื่อย ๆ เข้าไปข้างใน
คนในตลาดมีไม่น้อย แต่คนที่มาซื้อสิ่งมีชีวิตจริง ๆ กลับมีไม่กี่คน
ทุกคนแทบจะเลี้ยงตัวเองไม่ไหวอยู่แล้ว จะมีธัญพืชเหลือไปให้อาหารปศุสัตว์ได้อย่างไร
จ้าวเต๋อเชิ่งเดินวนดูรอบหนึ่ง
แล้วก็สะดุดตาชายชนบทคนหนึ่งที่นั่งยอง ๆ อยู่ตรงมุมกำแพง
