สวี่โย่วหนิงหันกลับมา ขมวดคิ้วมองเขา
ลู่หลิ่งชวนนั่งอยู่บนเก้าอี้ สีหน้าคล้ายยิ้มแต่ก็ไม่เชิง
เธอไม่เคยเห็นสีหน้าแบบนั้นมาก่อน—เจือแววร้ายกาจอยู่หน่อย ๆ และยังมีความภาคภูมิใจปนอยู่ด้วย
เขายื่นมือออกมา กระชากเธอกลับเข้าไปในอ้อมกอด
“ที่รัก”
เสียงของเขาทุ้มต่ำ ริมฝีปากแนบอยู่ข้างใบหู ลมหายใจแผ่วผ่านผิวของเธอจนจั๊กจี้ เธอเลยหดคอหนีเล็กน้อย
“ที่นี่ทั้งหมดเป็นของฉัน”
ปากของสวี่โย่วหนิงอ้าค้างเป็นรูปตัวโอที่สมบูรณ์แบบ
“แต่พอออกจากประตูนี้ไปก็ไม่ใช่แล้ว”
น้ำเสียงของเขาราบเรียบ
“ฉันปล่อยขายไปแล้ว”
ปากรูปตัวโอของสวี่โย่วหนิงยังคงอ้าอยู่
สมองของเธอหมุนเร็วจี๋ ปะติดปะต่อเศษเสี้ยวข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกัน—เอสที ชั้นดาดฟ้า สำนักงานทั้งชั้น และปล่อยขายไปแล้ว
จู่ ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ว่าในนิยายต้นฉบับเหมือนจะพูดถึงธุรกิจของพระเอกอยู่แวบหนึ่ง แต่ก็แค่แวบเดียว พออ่านผ่านก็ไม่มีอะไรต่อ เธอไม่ได้เก็บมาใส่ใจเลย
“ให้ตายสิ ในนิยายไม่ได้เขียนว่าเขาเก่งกาจขนาดนี้นี่นา!”
“สมเป็นพระเอกจริง ๆ ดูสิว่าคนเขาถ่อมตัวและอดทนแค่ไหน ตั้งใจปั้นภาพมหาเศรษฐีลึกลับที่รวยเงียบ ๆ อยู่เบื้องหลัง ภายนอกทำตัวเหมือนคนธรรมดาน่าสงสาร
“แต่ลับหลังมีทรัพย์สินมากมายจนเหลือเชื่อ แอบซ่อนทรัพย์สมบัติทั้งหมดไว้ในมุมลับ ๆ ทุกคนถูกเขาหลอกกันหมด เล่นบทหมูซ่อนเขี้ยว แถมยังซ่อน ไพ่ตายไว้อีก ใครเห็นก็ต้องยกให้เป็นสุดยอดตัวร้ายเจ้าแผนการแห่งยุค!”
เธอจิ๊ปาก ส่งเสียง “จิ๊ ๆ ๆ” พลางยื่นนิ้วไปจิ้มหน้าอกเขา แล้วบีบไหล่เขาเบา ๆ จากนั้นเอียงคอมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้า สายตาราวกับกำลังประเมินของล้ำค่าชิ้นหนึ่ง
“โอ๊ย ให้ฉันดูหน่อยสิ คุณหนูคนนี้ขุดเจอขุมทรัพย์เข้าแล้ว! ที่รักของฉันเก่งขนาดนี้ได้ยังไงนะ! สุดยอดไปเลยใช่ไหม หืม? โดนใจฉันสุด ๆ ไปเลย!”
