ร่างกายฟื้นตัวเกือบเป็นปกติแล้ว เหวินหวานจึงลุกขึ้นนั่งบนพื้น ขยับแขนขาไปมา ก่อนจะตบหลินอีที่ยังนอนเหม่ออยู่ข้าง ๆ เบา ๆ “ไป อาบน้ำกันเถอะ ตัวมีแต่น้ำทะเล ถ้าปล่อยให้แห้งต่อไปได้เหม็นเปรี้ยวแน่”
หลินอีขานรับ “อืม” อย่างเกียจคร้าน แล้วยื่นมือออกไปให้เหวินหวานดึงตัวขึ้น
ทั้งคู่เก็บเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนอย่างลวก ๆ แล้วเตรียมไปห้องอาบน้ำรวมใกล้ค่ายพัก
หลินอีเดินไปได้สองก้าวก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงย้อนกลับมายื่นหมึกดัมโบ้ในอ้อมแขนให้ซูจิ่งหงส์ “ช่วยดูมันก่อน อย่าให้หนีไปล่ะ เดี๋ยวพวกเรากลับมาแล้วจะเปลี่ยนเวรให้”
ซูจิ่งหงส์นั่งพิงขอบเต็นท์อยู่ เขายื่นมือไปรับเจ้าหมึกมา
พอหมึกตัวน้อยตกลงบนฝ่ามือเขา มันก็อ่อนปวกเปียกแผ่แบนเป็นแผ่นสีชมพู ใบหูเนื้อนุ่มทั้งสองข้างแนบไปกับลำตัว ดวงตากลมดำกลิ้งมองเขาอย่างว่าง่ายสุด ๆ
ห้องอาบน้ำรวมริมทะเลอยู่ไม่ไกลจากค่ายพัก มีห้องกั้นเรียบง่ายอยู่หลายแถว น้ำเป็นน้ำทะเลที่ผ่านการกรองและทำให้ร้อน อุณหภูมิกำลังพอดี
หลินอีอาบน้ำอยู่นาน ทรายในเส้นผม เม็ดเกลือที่เกาะบนผิว และกลิ่นคาวทะเลเหนียวเหนอะใต้เสื้อผ้า ล้วนถูกน้ำอุ่นชะล้างจนสะอาดหมดจด
พออาบเสร็จออกมา ร่างทั้งร่างก็เบาหวิว ราวกับเพิ่งถูกช่วยขึ้นมาจากทะเลลึกและได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
เหวินหวานเองก็อาบจนสดชื่น ผมสั้นสีชมพูอมม่วงยังหยดน้ำอยู่ เธอใช้ผ้าขนหนูเช็ดลวก ๆ สองที ก่อนจะลากหลินอีเดินกลับไป
ซูจิ่งหงส์ก็ไปอาบน้ำเช่นกัน
ทั้งสามผลัดกันชำระล้างร่างกายจนเสร็จ ท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว
ลมทะเลพัดผ่านช่องว่างระหว่างเต็นท์ พากลิ่นควันจากมื้อค่ำและกลิ่นน้ำทะเลให้ลอยกระจายจาง ๆ
ทั้งสามนั่งล้อมวงกันในเต็นท์ แสงไฟเพดานส่องภายในเต็นท์เป็นสีเหลืองนวล
หลินอีจัดกล่องรักษาความสดที่ใส่เสบียงกับขวดโหลต่าง ๆ ไปไว้ด้านข้าง เว้นที่ตรงกลางให้โล่ง
จากนั้นทั้งสามก็จ้องหมึกดัมโบ้ตัวน้อยพร้อมกัน
