หลินอีขนลุกชันไปทั้งตัว
เงาสีเทาอมฟ้าขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ และเริ่มเห็นชัดขึ้นทุกที
ลำตัวเพรียวลู่ไปตามกระแสน้ำปกคลุมด้วยเกล็ดสีเทาอมฟ้าหยาบกระด้าง ครีบอกกว้างใหญ่กวัดแกว่งแหวกน้ำราวกับมีดสั้นสองเล่ม ส่วนหางที่สะบัดไปมาทำให้เกิดกระแสน้ำวน เสียงดังจนที่อุดหูก็ยังปิดไม่มิด
สิ่งที่ทำให้หนังศีรษะชาที่สุดคือปากซึ่งอ้าอยู่ครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นฟันสองแถวเรียงถี่ราวกับใบเลื่อย สะท้อนแสงเป็นประกายขาวเย็นเยียบ
สัตว์ทะเลระดับนี้แทบจะครองอำนาจอยู่ในเขตทะเลใกล้ฝั่ง ไม่ต้องพูดถึงการกลืนคนเลย แค่ชนเรือลำเล็กให้พลิกคว่ำก็ไม่ใช่เรื่องยาก
และตอนนี้มันกำลังไล่ตามสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วอยู่
สายตาของหลินอีหยุดอยู่ที่ร่างเล็ก ๆ ซึ่งกำลังหนีสุดชีวิตอยู่ตรงหน้าฉลาม
นั่นคือหมึกดัมโบ้ตัวจิ๋ว สีชมพูอ่อน เนื้อตัวนุ่มเด้งราวกับเยลลีสีชมพูกึ่งโปร่งแสงก้อนหนึ่ง
ครีบเนื้อเล็ก ๆ สองข้างที่เหมือนหูสะบัดพั่บ ๆ อยู่ข้างลำตัว ด้านหลังมีฟองอากาศเล็กละเอียดแทบมองไม่เห็นลอยตามมา มันกำลังพยายามสุดกำลังว่ายตรงมาทางหลินอี
เมื่อเจ้าก้อนสีชมพูตัวน้อยว่ายเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ สัญญาณเตือนภัยในใจหลินอีก็ดังลั่น
เธอไม่กล้าขยับตัวแรง ๆ ทำได้เพียงค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปหลบหลังโขดหินที่นูนขึ้นมาด้านข้าง
ทุกการเคลื่อนไหวเบาราวกับเดินอยู่บนคมมีด กลัวเหลือเกินว่าจะกวนน้ำจนเกิดระลอกแม้เพียงน้อยนิด แล้วดึงความสนใจของฉลามฟันแยกจากหมึกน้อยมาที่ตัวเอง
แผ่นหลังของเธอแนบกับผิวขรุขระของโขดหิน สาหร่ายทะเลเย็นเฉียบเสียดผ่านท้ายทอย เธอกลั้นหายใจ แต่หัวใจกลับเต้นแรงราวกับกำลังจะระเบิด
แต่เจ้าตัวเล็กนั่นฉลาดเกินไป
มันหันศีรษะอย่างลนลาน ดวงตากลมดำสองข้างพลันประสานเข้ากับสายตาของหลินอีพอดี
วินาทีถัดมา มันก็พุ่งเข้ามาหาเธอตรง ๆ ราวกับเห็นมารดาผู้ให้กำเนิด ครีบเนื้อน้อย ๆ สะบัดอย่างแรง ร่างทั้งร่างพุ่งมาเหมือนกระสุนสีชมพู
