เมื่อเห็นโจ๊กของตัวเองข้นกำลังดี ส่วนของพวกเด็ก ๆ กลับใสกว่ากันอย่างเห็นได้ชัด หลินอีคิดว่าในเมื่อพวกเขาจริงใจกับนาง นางก็ควรช่วยเหลือพวกเขาไม่ว่าจะอย่างไร
เช้าวันนั้นหลินอีออกไปตักน้ำรดผักกับพวกเด็ก ๆ ตามปกติ
เถามันเทศยาวขึ้นมาอีกช่วงหนึ่ง ใบอ่อนสีเขียวสดแผ่เต็มคันแปลง โดดเด่นเป็นพิเศษบนผืนดินรกร้างสีน้ำตาลเทา
แต่วันนี้น้ำมีไม่พออย่างเห็นได้ชัด
ชายชรายืนอยู่ข้างโอ่ง ใช้กระบวยขูดน้ำขุ่นก้นโอ่งออกมาได้เพียงนิดเดียว ไม่ถึงครึ่งกระบวยด้วยซ้ำ
เขายกกระบวยขึ้นจิบเล็กน้อย ก่อนวางลงแล้วเทน้ำที่เหลือลงถังสำหรับรดผัก
หลินอีเห็นดังนั้นก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงรดน้ำในถังลงบนแปลงผัก จากนั้นปัดดินออกจากมือแล้วเดินไปหาชายชรา
ชายชรากำลังนั่งยองอยู่หน้าโอ่ง ใช้นิ้วแคะคราบตะกรันที่เกาะอยู่ด้านใน
โอ่งใบนั้นสูงถึงเอวคน ทำจากดินเผา ผนังด้านในมีรอยร้าวหลายเส้นและใช้ห่วงเหล็กรัดเอาไว้ ดูก็รู้ว่าใช้งานมานานหลายปีแล้ว
“ปกติพวกท่านเอาน้ำมาจากที่ใดหรือเจ้าคะ?” หลินอีถาม
ชายชราชี้ไปทางตะวันออกของหมู่บ้าน “ทางนั้นมีแอ่งน้ำอยู่ เวลาฝนตกก็พอมีน้ำขังบ้าง ถ้าไม่ตกก็แห้งขอด
ปกติต้องเดินไปตักน้ำจากบ่อน้ำในหมู่บ้านข้าง ๆ ใช้เวลาครึ่งชั่วยาม แต่ที่นั่นก็มีน้ำไม่พอเหมือนกัน ต้องต่อคิวด้วย” เขาพูดพลางวางกระบวยลง
