หลินอีไม่ได้สนใจพวกเขาในทันที แต่เดินไปดูชายชราก่อน
รอยเลือดบนหลังมือของชายชราหยุดไหลแล้วด้วยผงห้ามเลือด กระดูกก็ไม่ได้หัก มีเพียงบาดแผลที่เนื้อหนังเท่านั้น
เด็กหลายคนล้อมอยู่ข้างกายเขา คนที่อายุน้อยที่สุดยังสะอื้นไม่หยุด มือจับชายเสื้อของชายชราไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
เยลลี่ไต่ลงจากไหล่หลินอีไปถึงข้างมือของเด็กคนเล็ก หนวดเล็ก ๆ ของมันแตะนิ้วเด็กเบา ๆ เด็กก้มลงมอง ก่อนยื่นมือไปลูบหัวเยลลี่ น้ำตายังไม่ทันแห้งดี มุมปากก็เริ่มค่อย ๆ คลี่ยิ้มแล้ว
หลินอีลุกขึ้น เดินไปหาชายหน้าบาก กระชากกระเป๋าเป้จากด้านหลังเอวของเขา แล้วดึงมีดสั้นออกมาจากปลอกที่ซ่อนอยู่ในรองเท้าบูต
ในกระเป๋าเป้มีเชือกอยู่หลายมัด เทปปิดผนึกหลายม้วน เสบียงแห้งจำนวนหนึ่ง ยาน้ำขวดเล็กที่ไม่รู้ว่ามีส่วนประกอบอะไร และกระดาษยับ ๆ หลายแผ่น
เธอคลี่กระดาษออกดู บนนั้นเขียนชื่อกับอายุไว้หลายรายการด้วยลายมือโย้เย้ ข้าง ๆ มีวงกลมกำกับอยู่
นี่มัน...
เก็บไว้ก่อน ใช้เป็นหลักฐาน
ด้ามมีดสั้นพันด้วยผ้า ปลายผ้าเผยให้เห็นหัวโลหะชิ้นหนึ่ง บนนั้นสลักลวดลายเลือนราง ดูคล้ายปีกของอะไรบางอย่าง
“พวกเจ้าไม่ได้มาทวงหนี้” หลินอีชูภาพลวดลายให้ชายหน้าบากดู “พวกเจ้าเป็นพ่อค้าทาสใช่หรือไม่”
การทวงหนี้เป็นแค่ข้ออ้างเท่านั้น อย่างไรเสีย การค้ามนุษย์ระหว่างดวงดาวก็เป็นอาชญากรรมร้ายแรง หากถูกแจ้งความ โทษเบาสุดคือจำคุกและใช้แรงงานหลายสิบปี ส่วนโทษหนักสุดคือประหารชีวิต
ชายหน้าบากจ้องเธอ แต่ไม่พูดอะไร
หลินอีเองก็ไม่ได้คิดจะเค้นอะไรจากปากเขา เธอเก็บกระเป๋าเป้กับมีดสั้นไว้ จากนั้นย่อตัวลงค้นตัวชายร่างเตี้ยกำยำกับชายร่างผอมสูงอีกครั้ง
ที่เอวด้านหลังของชายร่างเตี้ยกำยำเหน็บมีดสั้นไว้เล่มหนึ่ง รูปแบบเหมือนกับของชายหน้าบาก ด้ามมีหัวโลหะเช่นกัน ส่วนในปลอกมีดที่รองเท้าบูตของชายร่างผอมสูงซ่อนลวดทองแดงเส้นเล็ก ๆ ม้วนหนึ่งไว้ ไม่รู้เอาไว้ทำอะไร
