“อะไรนะ?!”
“จวน...จวนตระกูลเซียว?”
“เซียวฉงเยวียน รองเจ้ากรมพิธีการ?! พวก...พวกเราจะไปจับเขาหรือ?”
“เสมียนโจว ท่านพูดไม่ผิดใช่หรือไม่?”
ทุกคนรู้สึกมึนงงจนแทบหน้ามืด ไม่ใช่แค่คนเดียวที่สงสัยว่าตนฟังผิดไปหรือไม่
นั่นคือขุนนางขั้นสามตัวจริงเสียงจริง!
ขุนนางคนสำคัญของราชสำนัก!
เจ้ากรมต้าหลี่ซื่อซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของพวกเขา ยังมีตำแหน่งเพียงขั้นสามรองเท่านั้น!
โจวเหวินคร้านจะพูดซ้ำ เพียงกล่าวว่า “ใต้เท้าเจ้ากรมรออยู่ที่จวนอ๋องแล้ว ทุกท่านตามข้าไปก็พอ”
กล่าวจบ เขาก็ไม่พูดอะไรอีก หันหลังเดินออกไปนอกลาน
เบื้องหลัง ฝูงชนเงียบงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังสนั่นยิ่งกว่าเดิม
แต่ถึงจะพูดคุยกันเช่นไร
สุดท้ายก็ยังมีคนก้าวออกไปก่อน
จากนั้นคนที่สอง คนที่สาม คนที่สี่...
คนสามสี่สิบคนทยอยเดินตามไป ไม่มีใครตกหล่นแม้แต่คนเดียว
เป็นดังที่หวังโส่วเต๋อกล่าว ไม่มีใครกล้าไม่ไป
หน้าจวนอ๋องเซียวเหยา
ฉู่กวนยืนอยู่บนบันได มือไพล่หลัง
แสงอาทิตย์ยามเย็นทอดเงาร่างของเขาให้ยาวเหยียด เสื้อคลุมสีครามไหวพลิ้วเบา ๆ ตามสายลมยามสนธยา สีหน้าสงบนิ่งดังเช่นเคย
เมื่อโจวเหวินพาคนจากกรมต้าหลี่ซื่อมาถึง สิ่งที่เห็นก็คือภาพเช่นนี้
ฉู่กวนแทบไม่ปรายตามองพวกเขา เพียงเชิดคางขึ้นเล็กน้อยแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “มากันครบแล้วหรือ?”
โจวเหวินก้าวมาข้างหน้า ประสานมือคารวะ “เรียนใต้เท้า เจ้าหน้าที่กรมต้าหลี่ซื่อที่เข้าเวรอยู่มาพร้อมกันหมดแล้ว พร้อมออกเดินทางได้ทุกเมื่อ!”
ฉู่กวนรับคำในลำคอ สายตากวาดผ่านคนสามสี่สิบคนที่อยู่หน้าลาน
หวังโส่วเต๋อกับหลี่หยวนหล่างหลบอยู่ในฝูงชน ก้มหน้าต่ำเตี้ย กลัวเหลือเกินว่าจะถูกเรียกชื่อเพียงลำพัง
ฉู่กวนไม่สนใจพวกเขา เพียงหยิบป้ายคำสั่งสีทองอร่ามออกจากแขนเสื้อ แล้วโยนให้โจวเหวินอย่างไม่ใส่ใจ