เซียวเหอเย่ถือกระบี่ฟันตรงเข้ามา
สวี่จิ้งหยางยกมือขึ้นรับ แรงปะทะรุนแรงเพียงครั้งเดียวทำให้นางพลันลืมตาขึ้น
ริมฝีปากแดงหอบหายใจแผ่วเบา นางกวาดตามองรอบด้าน ทุกสิ่งเงียบสงัด
ที่แท้ก็เป็นเพียงความฝัน...
สวี่จิ้งหยางลุกขึ้น เท้าเปล่าเหยียบลงบนพื้นอิฐเย็นเยียบ จึงค่อยรู้สึกถึงความเป็นจริงขึ้นมาบ้าง
หน้าผากของนางชุ่มไปด้วยเหงื่อ นางเช็ดมันเบา ๆ แล้วดื่มชาที่เย็นชืดเพื่อสงบจิตใจ
เมื่อคนเรามีความลับ ก็ย่อมมีจุดอ่อน
นางหวาดหวั่นทั้งกลางวันกลางคืนว่าจะถูกผู้อื่นจับได้ แล้วต้องพบจุดจบถึงแก่ชีวิต ดังเช่นในความฝันคืนนี้
สวี่จิ้งหยางค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจยาว คลายความตึงเครียดในจิตใจ
ในตอนนั้นเอง นางได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังมาจากนอกประตู
“ผู้ใด?” นางถามเสียงเย็น ดวงตาหงส์ฉายแววคมกริบ
ครู่ต่อมา หานลู่ผลักประตูเข้ามา นางกดเสียงต่ำกล่าวว่า “คุณหนูใหญ่ คนของท่านอ๋องจับหลิวซานได้แล้ว”
สวี่จิ้งหยางเลิกคิ้ว “ฆ่าแล้วหรือ?”
เมื่อเห็นหานลู่พยักหน้า นางก็เม้มริมฝีปาก
“ดี พรุ่งนี้ทำตามที่ข้าบอก”
เช้าวันรุ่งขึ้น สวี่จิ้งหยางให้จู๋อิ่งไปเชิญอู่ฮุย แล้วพาสวี่หมิงเจิงออกจากจวนด้วยกัน
นางรอพวกเขาอยู่บนรถม้า ครู่ใหญ่ต่อมาอู่ฮุยจึงมาถึง
เขาเลิกม่านรถขึ้น ใบหน้าขาวซีดนั้นเผยแววระแวดระวังและสงสัย
“คุณหนูใหญ่ อยู่ดี ๆ เหตุใดจึงนึกพาคุณชายรองออกจากจวนเล่า?” เขาถามด้วยรอยยิ้มที่ไม่ถึงดวงตา
สวี่จิ้งหยางจ้องเขา “ข้าได้ยินมาว่าในเมืองมีหมอพเนจรผู้หนึ่งรักษาโรคเช่นเดียวกับหมิงเจิงได้ ข้าจะพาเขาไปให้ตรวจดู หากเจ้าไม่เต็มใจก็ไม่ต้องตามไป รอพวกเราอยู่ในจวนเถิด”