หญิงรับใช้ผู้ดูแลเรียวหางแดงรีบร้อนวิ่งมา ในมือไม่มีนกหวีด ได้แต่โบกแขนไล่มัน
ด้วยความช่วยเหลือของบ่าวชายทั้งหลาย ในที่สุดก็ปราบเรียวหางแดงลงได้อย่างยากลำบาก
ตุ้มหูของสวี่โหรวเจิงถูกกระชากหลุดไปทั้งดุ้น ใบหูซ้ายแหว่งไปชิ้นหนึ่ง เลือดไหลรินไม่ขาดสาย
เสื้อบนบ่าของนางถูกข่วนจนขาด ทั้งยังตกใจอย่างหนัก ถึงกับร้องไห้หรือส่งเสียงไม่ได้ เพียงเบิกดวงตาพร่ามัวด้วยหยาดน้ำตา มองเลือดบนมือด้วยความหวาดผวา
“เจิงเอ๋อร์ของแม่ เจ็บหรือไม่?” สวี่ฮูหยินปวดใจจนแทบร้องไห้!
สวี่โหรวเจิงไม่มีปฏิกิริยา สวี่ฮูหยินรู้ว่านางตกใจจนขวัญหนี รีบให้สาวใช้ประคองนางกลับห้อง
เมื่อเห็นท่าทีร้อนรนเป็นห่วงของสวี่ฮูหยิน สวี่จิ้งหยางก็นึกถึงชาติก่อน
สวี่โหรวเจิงจงใจเลี้ยงสัตว์ปีกดุร้ายเช่นนี้ไว้ แล้วปล่อยมันมาข่วนจนตนบาดเจ็บกลางสวน
ครานั้นบาดแผลบนหลังมือของนางลึกจนเนื้อสีชมพูปริออกมาเล็กน้อย
สวี่จิ้งหยางคิดจะฆ่าเรียวหางแดงเสีย แต่สวี่โหรวเจิงไม่ยินยอม
ตอนนั้นสวี่ฮูหยินพูดว่าอย่างไรนะ?
“เจ้าไม่รู้จักหลบเองหรือ ปล่อยให้มันข่วนจนบาดเจ็บ”
นางพูดอย่างไม่ใส่ใจ น้ำตาสักหยดก็ไม่ไหล มิได้ร้อนรนลนลานเช่นตอนนี้
สวี่ฮูหยินเป็นห่วงสวี่โหรวเจิง จึงรีบคำนับท่านอ๋องหนิงเพื่อขอตัว แล้วสาวเท้าจากไปอย่างรวดเร็ว
ผู้ใหญ่ในตระกูลเดินไปข้างกั๋วกงเวย
“ท่านกั๋วกง ฟังคำเตือนของข้าสักคำเถิด สวี่โหรวเจิงผู้นี้อัปมงคลยิ่งนัก ตั้งแท่นพิธีไม่สำเร็จ บรรพชนก็ไม่ยอมรับ ยังเกือบทำให้พวกท่านล่วงเกินผู้สูงศักดิ์อีก”
“หากท่านชื่นชมนางจริง ก็ให้อยู่ในจวนในฐานะลูกเลี้ยงที่ไม่ต้องลงทะเบียนตระกูลเถิด อย่างไรก็ห้ามให้นางมีชื่อในทะเบียนตระกูลเด็ดขาด มิเช่นนั้นจะส่งผลต่อโชควาสนาของลูกหลานตระกูลสวี่ในภายหน้า”
สีหน้ากั๋วกงเวยย่ำแย่อย่างยิ่ง เขาประสานมือกล่าวว่า “ท่านผู้ใหญ่ ข้ามีความคิดอยู่ในใจ ย่อมไม่เลอะเลือน ท่านวางใจเถิด”
รองอธิบดีกรมพระคลังใต้เท้าเกาเดินเข้ามา ลดเสียงกล่าวว่า “ท่านกั๋วกง ท่านทำให้ข้าผู้น้อยเดือดร้อนหนักแล้ว!”
กั๋วกงเวยชะงักไป “เกิดเรื่องอะไรขึ้นอีก?”
“ท่าน... เฮ้อ!” ใต้เท้าเกาไม่อาจพูดออกมาตรง ๆ จึงเพียงประสานมือแล้วสะบัดแขนเสื้อจากไป
