สวี่จิ้งหยางทำท่าราวกับน้ำตาคลอพร้อมจะร่วง ทว่าในใจกลับเย็นเยียบ สงบนิ่งไร้ระลอก
ชาติที่แล้วนางถูกวางยาสลายกระดูก ตอนสวี่หมิงเจิงหักนิ้วทั้งสิบของนางด้วยมือเปล่า เขาเคยกระซิบข้างหูนางว่า——
“หากเจ้าไม่แต่งไปอิวโจว แล้วของหมั้นอันมั่งคั่งจะมาจากที่ใด ข้าจะปิดบังท่านพ่อท่านแม่ อุดรูรั่วเงินหมื่นตำลึงนั้นได้อย่างไร!”
ครานั้นสวี่จิ้งหยางจึงรู้ว่า สวี่หมิงเจิงติดการพนันเข้าให้แล้ว
แรกเริ่มเขาเพียงแค่อยากลองด้วยความอยากรู้อยากเห็น ต่อมาสวี่โหรวเจิงให้เงินแก่เขา ให้นำไปใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย เขาจึงถอนตัวจากนิสัยเสียนี้ไม่ได้อีกเลย
จากห้าร้อยตำลึงในคราแรก เป็นหนึ่งพันตำลึงในคราต่อมา แล้วก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ท้ายที่สุดกลับติดหนี้เงินถึงหนึ่งหมื่นตำลึง!
บ่อนพนันมองเขาเป็นขุมทรัพย์ กดดันให้เขาชดใช้หนี้ มิฉะนั้นจะบุกไปก่อเรื่องที่จวนกั๋วกงเวย
สวี่หมิงเจิงหวาดกลัว คิดจะสารภาพเรื่องนี้กับคนในครอบครัว แต่กลับถูกสวี่โหรวเจิงขัดขวางไว้
สวี่โหรวเจิงเป็นคนบอกเขาว่า ขอเพียงสวี่จิ้งหยางแต่งไกลไปยังอิวโจวกับพ่อค้าผู้มั่งคั่ง อีกฝ่ายย่อมมอบของหมั้นอันมั่งคั่งให้ ถึงเวลานั้นหักเก็บไว้ส่วนหนึ่ง ก็จะช่วยเขาชดใช้หนี้พนันได้ ทั้งบิดามารดาก็จะไม่ล่วงรู้
เพราะฉะนั้นตอนสวี่หมิงเจิงลงมือ จึงได้รวดเร็วเด็ดขาดเช่นนั้น
ในสายตาเขา สวี่จิ้งหยางเป็นคนไร้ค่า สิ่งเดียวที่นางมีประโยชน์ก็คือการแลกเปลี่ยนเป็นเงินทองได้
ท่ามกลางสายตาของผู้คนทั้งปวง สวี่หมิงเจิงเหงื่อเย็นไหลท่วมกาย
“ข้า ข้า...” เขาพูดไม่ออก
เซียวเหอเย่ซึ่งเงียบมาตลอดเอ่ยเสียงเย็นเยียบว่า “กล้าลงมือกับพี่สาวแท้ ๆ แต่กลับไม่กล้าพูดเหตุผล ช่างขลาดเขลานัก ไม่เหมือนพี่ชายคนโตของเจ้าเลย”
