แขกเหรื่อทั้งหลายลุกขึ้นจะถวายที่นั่งให้องค์รัชทายาท แต่พระองค์ทรงปฏิเสธด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“พวกเจ้าสนุกกันต่อเถิด ข้าจะไปชมเรือบุปผาอีกสักครา”
ก่อนองค์รัชทายาทจะเสด็จจากไป พระองค์ตรัสกับทุกคนด้วยพระพักตร์อ่อนโยนอย่างยิ่งว่า ค่าใช้จ่ายของหอเถิงโหลวทั้งหลังในวันนี้ ให้คิดเป็นพระบัญชีของพระองค์ พระองค์จะเลี้ยงทุกคนให้ฉลองเทศกาลโคมไฟกันอย่างเต็มที่
เป็นธรรมดาที่จะได้รับเสียงขอบพระทัยและคำยกยอจากทุกคนต่อเนื่องไม่ขาดสาย
จากนั้นองค์รัชทายาทก็ทรงพาผู้ติดตามเสด็จจากไป เซียวเหอเย่เหลือบมองสวี่จิ้งหยางอย่างแนบเนียน ก่อนจะตามออกไปเช่นกัน
เติ้งรั่วเยียนถูกบ่าวรับใช้ประคองออกไป คุณหนูห้าสวี่จิ้งเมี่ยวไม่กล้าอยู่ต่อ จึงเอ่ยกับสวี่จิ้งหยางว่า “พี่หญิงใหญ่ ข้า...ข้าขอกลับจวนก่อนนะ”
นางจากไปอย่างหมดสภาพ
“พี่หญิงใหญ่ ท่านเก่งกาจจริง ๆ” สวี่จิ้งจือมองนางด้วยความเลื่อมใสเต็มเปี่ยม “หากไม่ได้ท่าน วันนี้นางต้องกลั่นแกล้งข้าแน่”
สวี่จิ้งหยางกล่าวว่า “เจ้าต้องจำไว้ ความดีความชอบจากการศึกที่พี่ชายฝ่าชีวิตเสี่ยงอันตรายบนสนามรบมา มิใช่เพื่อให้พวกเราต้องยอมรับความอยุติธรรม”
“อื้ม! ข้าจำไว้แล้ว” สวี่จิ้งจือดีใจยิ่ง แก้มแดงระเรื่อ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ
กู้เจียเดินเข้ามา คารวะสวี่จิ้งหยางก่อน ชื่นชมความกล้าหาญของนาง แล้วจึงมอบหยกจี้ของตนให้สวี่จิ้งจือ
“หยกจี้ชิ้นนี้ให้เจ้า เอาไว้ปลอบขวัญ”
“ใครอยากได้ของของเจ้ากัน เจ้าควรให้พี่หญิงใหญ่ของข้าต่างหาก คนที่ชนะในท้ายที่สุดก็คือนาง”
“พี่หญิงใหญ่ของเจ้าคงไม่เห็นของเล่นชิ้นเล็ก ๆ อย่างนี้อยู่ในสายตาหรอก” กู้เจียกล่าว
สวี่จิ้งจือชูกำปั้นขึ้น “นั่นพี่หญิงใหญ่ของข้านะ เจ้าอย่าเรียกส่งเดช!”
