สวี่จิ้งหยางรีบหันกลับไปมองตามเสียงร้อง
ผู้ที่ส่งเสียงร้องคือสวี่จิ้งจือ น้องสาวคนที่สามของนาง
สวี่จิ้งหยางก้าวฉับ ๆ เข้าไป เห็นสวี่จิ้งจือนั่งล้มอยู่บนพื้น โดยมีคุณหนูใหญ่หลัวกับคุณหนูรองแซ่เหลียงช่วยกันพยุงขึ้น
เบื้องหน้านางมีเติ้งรั่วเยียนยืนอยู่ สีหน้าดูหยิ่งยโสและกล่าวตำหนิว่า “ให้เจ้าขอโทษก็ขอโทษสิ ฟังคำพูดไม่เข้าใจหรือไร”
กู้เจียขมวดคิ้ว ยืนอยู่ข้าง ๆ พลางกล่าวว่า “คุณหนูสี่เติ้ง นางไม่ได้ตั้งใจ ข้าขอโทษเจ้าแทนนางเอง”
“เจ้ากับนางมีความสัมพันธ์อันใด ต้องให้เจ้ามาขอโทษแทนนางด้วย?” เติ้งรั่วเยียนย้อนถาม ทำให้กู้เจียอับจนคำพูด ไม่รู้จะตอบอย่างไร
สวี่จิ้งจือน้อยใจเป็นอย่างยิ่ง “ข้าไม่ได้โดนตัวเจ้าเสียหน่อย”
สวี่จิ้งหยางถามเสียงเบากับบรรดาคุณหนูที่นั่งร่วมโต๊ะเดียวกันว่า “เมื่อครู่เกิดเรื่องอันใดขึ้น?”
เมื่อถามไถ่จึงได้รู้ว่า เมื่อครู่สวี่จิ้งจือโยนศรครบทั้งเก้าครั้งแล้ว เห็นอยู่รอมร่อว่าจะประกาศให้นางเป็นผู้ชนะ ใครจะคิดว่าตอนจังหวะสุดท้าย เติ้งรั่วเยียนกลับเดินไปคุยกับคนอื่น
ศรที่โยนออกไปจึงกระแทกเข้าที่เท้าของเติ้งรั่วเยียน นางร้องว่าเจ็บขึ้นมาทันที
ยังไม่ทันที่สวี่จิ้งจือจะได้เอ่ยขอโทษ เติ้งรั่วเยียนก็ยื่นมือผลักนางเสียก่อน
จึงเกิดภาพเมื่อครู่ขึ้น
เวลานี้สวี่จิ้งจือกำลังปัดฝุ่นออกจากกระโปรง รู้ว่าไม่อาจล่วงเกินตระกูลเติ้งได้ แม้จะน้อยใจเพียงใด ก็ยังกล่าวว่า “ขออภัยคุณหนูเติ้ง เมื่อครู่ข้าไม่ได้สังเกตเห็นเจ้า”
กู้เจียกล่าวอยู่ข้าง ๆ ว่า “ไม่เป็นไร พวกเราแข่งกันใหม่เถิด เมื่อครู่ไม่นับ ทุกคนถอยห่างกันหน่อย จะได้ไม่ถูกศรกระแทกจนบาดเจ็บ”
ทว่าเติ้งรั่วเยียนกลับไม่ยอมเลิกรา
“แค่ขอโทษก็จบแล้วหรือ? หลังเท้าของข้าอาจจะบวมในเช้าวันพรุ่งนี้ก็ได้”
