บทที่ 5 กระบี่ปราบมารสุริยันปฐม!
ณ จวนโหว
ทางเดินหินเขียวคดเคี้ยวลดเลี้ยวราวกับริบบิ้นมีชีวิตที่สอดประสานท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้บานสะพรั่ง
เพิ่งพ้นฤดูใบไม้ผลิไม่นาน ดอกไม้งามก็ทนไม่ไหวแย่งกันเบ่งบานอวดสีสัน สายลมโชยอ่อนพัดพาเอากลิ่นหอมกรุ่นตลบอบอวลไปทั่ว ชวนให้สดชื่นหัวใจ
เซี่ยเฉียนและชุยเมิ่งโหรวสองสามีภรรยาชะงักเท้าพร้อมกัน หันกลับไปมองเซี่ยเฉิน น้ำเสียงเจือแววประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด
“เจ้าทะลวงเข้าระดับแปดขั้นได้แล้ว?”
หากเป็นคนอื่นทั่วไปทะลวงถึงระดับแปดขั้น พวกเขาสองคนคงไม่แม้แต่จะเหลือบมอง
ระดับแปดขั้นนับว่าไม่เลวทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซี่ยเฉินปีนี้เพิ่งอายุสิบเจ็ดปี ถ้าอยู่ภายนอกก็พอจะเรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะแล้ว
แต่นี่คือจวนโหว มีอัจฉริยะมากมาย หากไม่นับพวกระดับปีศาจในสายตรงแล้ว แม้แต่ในสายรอง ในรุ่นเดียวกับเซี่ยเฉิน ก็มีเด็กหนุ่มพรสวรรค์น่าทึ่งโผล่หัวขึ้นมาหลายคน
ระดับแปดขั้น ไม่ถึงขั้นน่าตกใจแต่อย่างใด
ทว่า ผู้ที่ทะลวงถึงระดับแปดขั้นคือเซี่ยเฉิน นี่กลับน่าประหลาดใจยิ่ง
โดยเฉพาะเซี่ยเฉียนกับภรรยา ที่รู้จักพรสวรรค์ของเซี่ยเฉินดีเป็นที่สุด
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้บิดามารดาที่แท้จริงของเซี่ยเฉินจะไม่ได้ส่งสมบัติสวรรค์หรือโอสถใด ๆ มาจากตงฮวง แต่ตัวเซี่ยเฉียนเองก็ได้มอบของดีมากมายแก่เซี่ยเฉินเพื่อหล่อหลอมเลือดเนื้อ ฟูมฟักร่างกาย
ทว่า หลายปีมานี้ ถึงแม้จะสิ้นเปลืองทรัพยากรมากมายของจวนโหว ก็เพียงแต่พาให้เซี่ยเฉินจากไร้ระดับขั้นก้าวเข้าสู่ระดับเก้าร่างหลอมกายาอย่างเสียไม่ได้
นี่ทำให้แม้แต่เซี่ยเฉียนเองก็ยังต้องทอดถอนใจว่า ร่างกายที่ไร้ประโยชน์ต่อการฝึกยุทธ์สมคำร่ำลือ
และบัดนี้ เซี่ยเฉินกลับทะลวงขึ้นถึงระดับแปดขั้นแล้ว?
“ช่วงนี้ข้าเกิดความรู้สึกบางอย่าง ฝึกไปฝึกมาก็เกิดความเข้าใจฉับพลัน จากกระบี่พื้นฐาน ได้เข้าใจสิ่งใหม่บางอย่าง ระดับขั้นก็ทะลวงขึ้นโดยไม่รู้ตัว!”
เซี่ยเฉินตอบตามตรง เพียงแต่ซ่อนรายละเอียดสําคัญบางอย่างไว้ ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องเก็บตัวเกินไปแล้ว เขาต้องรีบได้รับการสนับสนุนทรัพยากรจากจวนโหวเพื่อก้าวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“เจ้าแสดงให้ข้าดูหน่อย!”
เซี่ยเฉียนได้ยินดังนั้น สีหน้าจริงจัง ภายในใจทั้งประหลาดใจและคลางแคลงใจ ฝึกกระบี่พื้นฐานแล้วเข้าถึงขั้นเข้าใจฉับพลัน?
แน่นอนว่ากระบี่พื้นฐานของจวนโหวมิใช่กระบี่สามัญต่ำต้อยที่สุด หากแต่ถูกขัดเกลาส่งต่อกันมาหกร้อยปีแม้จะเคยอ้างอิงกระบี่เก้าขั้นแกร่งที่สุดของราชวงศ์ จนเข้าใจถึงกระบี่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับระดับเก้าร่างหลอมกายา
มีประโยชน์สูงสุดในการฟูมฟักร่างกาย เพราะเหมาะสมที่สุดสำหรับนักสู้ขั้นเก้าในการฝึกกายา เหตุนี้จึงตั้งชื่อว่า กระบี่พื้นฐาน
กระบี่พื้นฐานนี้พัฒนาไปถึงขั้นที่ไม่อาจแก้ไขปรับปรุงใด ๆ ได้อีก แม้แต่ตัวเขาเองในวัยเยาว์ ก็ฝึกกระบี่พื้นฐานนี้เช่นกัน
แต่บัดนี้ เซี่ยเฉินกลับกล่าวว่า เขาได้เข้าใจสิ่งใหม่บางอย่างจากกระบี่นี้
เมื่อครั้งยังหนุ่ม เซี่ยเฉียนเคยยโสโอหัง คิดจะสร้างคุณงามความดีให้ตระกูล ด้วยการปรับปรุงกระบี่นี้ แต่จนบัดนี้ระดับขั้นเขายังไม่อาจทำได้ ก็ไม่เคยพยายามจะปรับปรุงกระบี่นี้เลย
ไม่ใช่เพียงเขาเท่านั้น แม้แต่บิดาที่แท้จริงของเซี่ยเฉิน อย่างเซี่ยยวน หรือบิดาของพวกเขา เจ้าของจวนโหวตัวจริง โหวพิทักษ์บูรพาเซี่ยฉู่เทียน ก็ยังทำไม่สำเร็จ
“เอากระบี่มา!”
เซี่ยเฉินกล่าวกับข้ารับใช้ข้างกาย
“ใช้เล่มนี้ของข้าเลย!”
เซี่ยเฉียนไม่พูดพร่ำทำเพลง ชักกระบี่ยาวสีดำสนิทคายแสงเยือกเย็นน่าตกตะลึงออกจากข้างกายทันที
วินาทีที่กระบี่ยาวปรากฏ ในดวงตาของเซี่ยเฉินเสมือนเห็นมังกรดำตัวหนึ่งพุ่งขึ้นจากห้วงลึก เกล็ดสีดำเย็นเยียบราวกับจะกลืนกินจิตใจคน
ภาพนั้นวาบผ่านไปในชั่วพริบตา กระบี่ยาวสีดำก็กลับคืนสู่ความสงบโดยเร็ว เซี่ยเฉินทราบดี สิ่งที่เห็นเมื่อครู่มิใช่มายา นี่คือศาสตราเทวะตัวหนึ่ง มังกรดำตนนั้นอย่างน้อยก็เป็นอสูรร้ายระดับสามขั้น กระบี่ยาวสีดำเล่มนี้ อาบโลหิตอสูรระดับสามขึ้นไปจนถือกำเนิด ภายในร่างกระบี่ยังได้ปราบวิญญาณอสูรร้ายไว้
นี่คือหนึ่งในรากฐานแห่งจวนโหว
เซี่ยเฉินกำกระบี่ยาวไว้ในมือทั้งสอง แต่ถึงกระนั้นก็รู้สึกหนักอึ้งทันที แม้ว่ากระบี่ยาวสีดำเล่มนี้จะเก็บงำความน่าอัศจรรย์ไว้แล้ว แต่เพียงตัวกระบี่ก็ยังหนักผิดปกติ หากเป็นตอนที่เขายังอยู่ระดับเก้าขั้น คงแค่ยกลำบากสุดกำลัง แต่ไม่มีทางร่ายรำได้
กระบี่ยาวเล่มนี้ เป็นบททดสอบในตัว ทดสอบระดับขั้นของเขา
เห็นเซี่ยเฉินรับกระบี่ยาวได้อย่างมั่นคง เซี่ยเฉียนพยักหน้าให้ด้วยความพอใจ
เด็กคนนี้ทะลวงเข้าสู่ระดับแปดขั้นจริง ๆ
คิดถึงตรงนี้ เซี่ยเฉียนจึงเกิดความคาดหวังในสิ่งที่เซี่ยเฉินเอ่ยว่า “เข้าใจฉับพลัน” ขึ้นบ้าง
เซี่ยเฉินถือกระบี่ยาวสีดำ ในดวงตาเปล่งประกายร้อนแรง เลือดเนื้อทั่วร่างราวกับเดือดพล่านอย่างรุนแรง พลังปราณโลหิตบางเบาไหลผ่านกายา เงาตะวันดวงกลมผุดลอยขึ้นเบื้องหลังเซี่ยเฉิน
“พลังงานบนท้องฟ้าเปลี่ยนไปบ้าง!”
ชุยเมิ่งโหรวเองในยามนี้ ดวงตางามก็เปล่งแสงขึ้นมา นางเป็นบุตรีจากตระกูลใหญ่สกุลชุย เดินบนวิถีผู้ใช้ศาสตร์ลึกลับ ไวต่อพลังงานในฟ้าดินอย่างยิ่ง
ปราณสุริยันเที่ยงแท้สายหนึ่งถูกเซี่ยเฉินดูดเข้าสู่ภายในกาย แล้วถ่ายเทลงใส่กระบี่ยาวสีดำในมือ
“กระบี่ปราบมารสุริยันปฐม!”
เสียงตวาดดังสนั่น เซี่ยเฉินยืนอยู่ในสวน ทว่ากลับประหนึ่งเผชิญหน้ากับทหารนับพันม้าเหยียบหมื่น มารร้ายนับไม่ถ้วน เขาหันหลังให้ทุกผู้คน กวัดแกว่งกระบี่เข้าใส่ห้วงลึก!
นี่คือพลังกดดันของเขามาถึงจุดสูงสุด เลือดลมทั่วกายร้อนระอุ จิตวิญญาณถึงขีดสุด กระบี่หนึ่งฟัน ฟ้าดินเปลี่ยนสี
……
เซี่ยเฉียนมองเห็นดวงตะวันดวงหนึ่งวาบผ่านในฝ่ามือ แสงกระบี่สุกสว่างนั่นถูกเขารับไว้ด้วยฝ่ามือเดียว แม้จะมิอาจทำลายแม้เพียงผิวหนังชั้นนอกของเขาได้ แต่เซี่ยเฉียนก็ยากจะซ่อนความยินดี ไม่อาจสงบใจได้
“เจ้าปรับปรุงกระบี่พื้นฐานได้จริง ๆ หรือ?”
แม้น้ำเสียงจะเป็นเชิงซักถาม แต่เซี่ยเฉียนเชื่อแล้วว่าเป็นจริง ที่ได้เห็นกับตา กระบี่เมื่อครู่นี้แม้จะต่างจากกระบี่พื้นฐานโดยสิ้นเชิง แต่แก่นแท้หาได้ต่างกันไม่
นับได้ว่าเป็นกระบี่พื้นฐานรุ่นก้าวหน้าอย่างไม่ต้องสงสัย
“ชักนำปราณสุริยัน รวบรวมไอสังหาร สิ่งชั่วร้ายทั้งหลายหลีกหนี เป็นทั้งวิธีสังหารศัตรูและรากฐานการหล่อหลอมเลือดเนื้อ!”
ชุยเมิ่งโหรวเอ่ยพลางชี้ชัดถึงรากฐานของกระบี่ปราบมารสุริยันปฐมในคำเดียว ในสายนาง กระบี่นี้การสังหารศัตรูยังเป็นเรื่องรอง สิ่งสำคัญกว่าคือมันสามารถสื่อสารกับฟ้าดิน สูบพลังสุริยันมาหล่อหลอมเลือดเนื้อ
นี่คือสิ่งที่พวกคนหยาบอย่างนักสู้จะทำได้หรือ?
“กระบี่เช่นนี้ คล้ายเป็นการรวมระหว่างนักสู้กับผู้ใช้ศาสตร์ บนโลกนี้มีกระบี่ประหลาดเช่นนี้อยู่ด้วย!”
ชุยเมิ่งโหรวยากจะรักษาใจให้สงบ มิใช่ผู้ใช้ศาสตร์ แต่นางก็คิดถึงจุดสำคัญได้อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ระดับเก้าร่างหลอมกายา ระดับแปดหลอมปราณ ไปจนถึงระดับเจ็ดหลอมจิต สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการฟูมฟักกายา หล่อหลอมเลือดเนื้อ
นักสู้ไม่อาจสื่อสารกับพลังงานฟ้าดิน ก็ต้องทุ่มเทความพยายาม สั่งสมตามกาลเวลา หรือกินสมบัติสวรรค์ แต่วิชากระบี่นี้ กลับสามารถสื่อสารกับพลังงานฟ้าดินเพื่อใช้หล่อหลอมเลือดเนื้อได้เอง ย่อมเร่งความเร็วในการฝึกฝนจากระดับเก้าถึงระดับเจ็ดได้อย่างมาก
เซี่ยเฉียนตระหนักถึงคุณค่าของวิชากระบี่นี้ได้อย่างรวดเร็ว
“เรื่องที่เจ้าเข้าใจกระบี่นี้ให้เก็บเป็นความลับก่อน วิชากระบี่นี้ก็อย่าได้แพร่งพรายออกไป”
เซี่ยเฉียนกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม พลางเหลือบมองไปยังข้ารับใช้และสาวใช้ที่อยู่ด้านหลัง
นับว่าโชคดีที่ข้ารับใช้และสาวใช้เหล่านี้ล้วนเป็นคนในตระกูลที่ไว้ใจได้ มิเช่นนั้นวันนี้คงต้องก่อกรรมฆ่าฟันเพิ่มอีกแล้ว……
“กระบี่นี้เจ้ายินยอมถวายให้ตระกูลหรือไม่!”
“แล้วแต่ท่านลุงตัดสิน!”
เซี่ยเฉินไม่ลังเลแม้แต่น้อย ที่เปิดเผยกระบี่ออกมาก็เพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากรในการเลื่อนขั้นอยู่แล้ว
อีกทั้งตระกูลที่ผ่านมาทุ่มทรัพยากรไปกับเขามากมายนัก ถึงแม้จะยกให้ตระกูลเปล่า ๆ เขาก็ไม่มีอะไรจะพูด
“ดี เฉินเอ๋อร์ การที่เจ้าปรับปรุงกระบี่เป็นคุณใหญ่หลวงแก่ตระกูล ข้าจะรายงานความดีความชอบของเจ้าไปยังหอความดีความชอบ แจ้งให้เหล่าผู้อาวุโสทราบ อีกทั้งเจ้าสามารถไปยังหอวิทยายุทธ เลือกวิทยายุทธได้อีกหนึ่งวิชา และอีกเรื่อง เจ้าบอกว่าอยากได้ตำแหน่งในที่ใดภายนอก เรื่องนี้ข้าจะวางแผนให้เจ้าเอง”
เซี่ยเฉียนเอ่ยวาจาหนักแน่นดุจขว้างหิน ตระกูลสามารถเฟื่องฟูไม่เสื่อมหกร้อยปีได้ก็เพราะมีระบบผลงานที่สมบูรณ์ ไม่ทอดทิ้งผู้ใดที่มีผลงานใหญ่หลวงแก่ตระกูล
……