ชเวซีอุนจ้องหน้าจอเขม็ง ไม่ขยับเลย
แสงจากโทรศัพท์สะท้อนบนใบหน้า อุณหภูมิในดวงตาหวานคู่นั้นค่อย ๆ จางหายไปทีละน้อย
เขาย่อมรู้ว่านี่คืออะไร แฟนคลับโรคจิตรู้เรื่องแล้ว ตามมาถึงตัว แถมยังขู่ให้เขาเลิกกัน
พวกนั้นคงตามมานานแล้ว เขาขมวดคิ้วน้อย ๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องระวังตัวขนาดนี้ แต่ปรสิตที่เกาะติดไม่ยอมปล่อยพวกนี้ก็ยังหาช่องเข้ามาได้ทุกที
แต่ว่า...เลิกกันเหรอ?
สายตาของเขาหยุดอยู่ที่บรรทัดสุดท้าย
ทันทีที่ความคิดนั้นแวบผ่านหัว อารมณ์ประหลาดอย่างหนึ่งก็พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนแม้แต่ตัวเขาเองยังไม่ทันรู้ตัว
ตัดความโกรธที่เกิดจากการถูกแฟนคลับโรคจิตข่มขู่ออกไป สิ่งที่เหลืออยู่...คือการต่อต้าน ต่อต้านอย่างไม่ต้องคิด
เขาตกใจกับปฏิกิริยาของตัวเอง เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
ชเวซีอุนลูบผมอย่างหงุดหงิด แต่กลับปัดอารมณ์ประหลาดในหัวออกไปไม่ได้
เขาจ้องหน้าจออยู่สองสามวินาที จากนั้นก็เลิกคิดมาก ลงมือยกเลิกบัญชีทันที
ทำทีละขั้นตอน ยืนยัน ยืนยัน แล้วยืนยันอีกครั้ง
จัดการทุกอย่างเสร็จ เขาเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าแล้วหันไปมองอันจิ่ว
เธอกำลังกัดสตรอว์เบอร์รี ดวงตาฉายแววสงสัยเล็กน้อย เสียงอู้อี้ “มีอะไรเหรอ?”
ชเวซีอุนมองเธอแล้วตอบอย่างสงบ “ไม่มีอะไร”
ปากบอกว่าไม่มีอะไร แต่ในใจกลับเริ่มวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียอย่างใจเย็น ช่วงทัวร์คอนเสิร์ตมีหลายรอบ ต้องเดินทางข้ามทั้งพื้นที่และเวลา
ถ้าพาเธอไปคอนเสิร์ตด้วย สายตานับหมื่นคู่จะจับจ้องอยู่ รอบเดียวคงไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นทุกรอบ ความเสี่ยงก็สูงเกินไปจริง ๆ
ถึงก่อนหน้านี้อันจิ่วจะไปคอนเสิร์ตของพวกเขาครบทุกครั้ง แต่แฟนหน้าคุ้นที่ยืนอยู่แถวหน้าก็มีอยู่ไม่กี่คน การที่เธอไปปรากฏตัวคงไม่ทำให้ใครสงสัยมากนัก
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ในเมื่อคบกันอยู่ ไม่แน่ว่าเธออาจเผลอแสดงสีหน้าท่าทางบางอย่างออกมาจนคนจับพิรุธได้ ระวังตัวไว้หน่อยย่อมไม่เสียหาย
