ไคเซอร์ขับรถไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย
เมื่อคืนหิมะตกในเมืองแอนอาร์เบอร์ ท้องฟ้าคืนนี้จึงปลอดโปร่งเป็นพิเศษ ต้นไม้สองข้างทางประดับไฟดวงเล็กสีเหลือง ทำให้ตลอดเส้นทางดูราวกับอยู่ในฝัน
ไคเซอร์ถามว่า “อยากฟังเพลงไหม?”
อันจิ่วหันไปยิ้มให้เขาเบา ๆ “เอาสิ”
ไคเซอร์พยักพเยิดให้เธอเลือกเอง อันจิ่วโน้มตัวไปกดเลือก ไม่นานเสียงดนตรีประกอบสไตล์เมมฟิสก็ดังขึ้นจากเครื่องเสียงรถ
มือที่จับพวงมาลัยชะงักไป ไคเซอร์เลิกคิ้ว
แร็ปเมมฟิสมีเสียงหยาบกระด้าง เพื่อขับเน้นจังหวะการเคลื่อนไหว รสนิยมแนวนี้มักให้ความสำคัญกับจังหวะจนยอมทิ้งความไพเราะ เป็นประเภทที่คนทั่วไปฟังได้ยาก
ไคเซอร์เองก็ไม่ชอบเหมือนกัน แต่เขาก็พยักหน้าตามจังหวะสองสามทีอย่างให้ความร่วมมือ ก่อนถามว่า “เพลงจีน...เธอชอบฟังเพลงจีนเหรอ?”
อันจิ่วพยักหน้า “ประเทศแม่ทางจิตวิญญาณของฉัน”
ไคเซอร์หัวเราะ ผู้หญิงคนนี้ทำให้คนประหลาดใจได้เสมอจริง ๆ
เขาเคยพบผู้คนมามาก ไม่ว่าปากจะพูดว่าชื่นชอบวัฒนธรรมของชนชาติอื่นได้สวยหรูแค่ไหน ลึก ๆ แล้วส่วนใหญ่ก็ยังเชื่อว่าคนผิวขาวเหนือกว่า
อาจมีความจริงใจอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นการชื่นชมจากจุดที่มองว่าตัวเองเหนือกว่า
แต่แววตาของอันจิ่วจริงจังจนแทบจะเรียกว่าศรัทธา แค่เหลือบมอง ไคเซอร์ก็รู้แล้วว่าเธอรู้สึกจริง ๆ ว่ารากทางวัฒนธรรมของตัวเองไม่ได้อยู่ในมาตุภูมิตามสายเลือด แต่อยู่ในดินแดนตะวันออกอันห่างไกล
“งั้นฉันควรคุยกับเธอเป็นภาษาจีนไหม?” เขาเปลี่ยนภาษา
ไคเซอร์เรียนภาษาจีนมาตั้งแต่เด็ก สำเนียงจึงเป็นมาตรฐานมาก ตระกูลยิ่งใหญ่ย่อมตัดสินใจถูกต้องล่วงหน้าอยู่เสมอ
