พอขนมถุงใหญ่ในหอหญิงถูกกัดกินไปครึ่งถุง การฝึกทหารหนึ่งแรมวันก็มาถึงช่วงท้ายพอดี
คืนนี้การร้องคอรัสห้องเรียนจบลงอย่างราบรื่น โชว์ของห้องอื่นก็เดดหนึ่งกันทุกคณะ
เพราะงั้นแม้สภาพอากาศจะไม่ได้เย็นลงตามไปด้วย ทุกคนที่เดินกลับหอก็เมินเรื่องอบอ้าวทิ้ง ใจฟูไปคนละทาง
“เกินไปนะเนี่ย” ส้มซ่าส์ กระพริบโทรศัพท์ไปบ่นไป “เพิ่งจบไปแค่นี้เอง ในซีเนียวซูเต็มไปหมดด้วยดี้บุคคลของคนนั้นผู้นั้น”
นักร้องนำสาวเอ่ยยกเหยียดยาว “รู้งี้ฉันก็ไปเป็นไอดอลสายปั้นดาวแล้ว วันก่อนมีบริษัททักมาชวนด้วยนะ”
เสี่ยวเสี่ยวข้าง ๆ แซะทันที “สายสี่สิบแปดเหรอ? แค่ไม่ต้องจ่ายค่าปรับแพงลิบลิ่วแล้วจบสวยได้ล่ะก็ถือว่าสถิติความโชคของแกเต็มพิกัดแล้ว”
อันจิ่วกำลังจะแซมต่อ ก็ได้ยินเสียงคุ้นหูดังแว่วมาจากด้านหลัง
เด็กชายกลุ่มหนึ่งเบียดเสียดกันเดินผ่านมาเนียนานา ด้วยเสียงกำลังแย่งชิงสิทธิ์ใครอาบน้ำก่อน
“ฉันอาจท้ายสุด” ถังอีโยวอยู่หลังสุดยืดก้าวสักสองสามก้าว เสียงใสหายจริง
อันจิ่วเงยหน้ามอง แต่แกทำเป็นไม่เห็นเธอเชียว
ไม่เหมือนเด็กผู้ชายคนอื่นที่พอหมดชุดจบก็รีบถอดหมวกบินให้เพื่อนเล่นทันที เขายังดันหมวกลูกฟูกลงต่ำจนหน้าไม่เห็นเป็นตอนเป็นตาย
หลายวันมานี้ทั้งคู่คุยกันแทบไม่ได้หยากไย่สักคำ การร้องก็ฟังผู้กำกับเวทีเท่านั้น สองหัวหน้าร้องเองก็ไม่จำเป็นต้องปรึกษาอะไรกัน ทั้งที่ยืนอยู่ห่างกันสิบแปดพันโยชน์
เรื่องแฟนคลับโรคจิตวันนั้น ดูท่าจะถูกจัดเก็บลงโฟลเดอร์สนิทไปพร้อมถุงขนมนั่น