เชือกเส้นหนึ่งผูกมัดปลายทั้งสองไว้
แนวคิดสายปั้นดาวตั้งแต่เด็กนั้นห่อหุ้มด้วยความอบอุ่นมากกว่าการมองไอดอลเป็นสินค้าแบบดั้งเดิม สิ่งที่มันผูกมัดไว้ไม่เคยมีแค่แฟนคลับ
ไอดอลที่มีจิตสำนึกก็ถูกผูกไว้บนเชือกเส้นนั้นเช่นกัน
ถังอีโยวไม่กล้าพูดว่าตัวเองมีจิตสำนึก เพราะเขาเกิดความคิดที่ไม่ควรคิดขึ้นมาแล้ว
แต่อย่างน้อยก่อนที่ทุกอย่างจะบานปลายกลายเป็นความผิดใหญ่หลวง เขายังมีทางเลือก
ถังอีโยวจ้องออกไปนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย จนกระทั่งเสียงตะโกนอึกทึกดังขึ้นจากด้านหลัง “ฟ้ากว้างทะเลไกล!”
เขาสะดุ้ง หันกลับไปเห็นหลี่เสี่ยงถือถุงอาหารกลับบ้าน โบกมันให้เขาดู
ถังอีโยวฝืนยิ้มแล้วถามเสียงอ่อนโยน “กลับมาแล้วเหรอ”
“อืมฮึ กินหรือยังครับท่าน”
หลี่เสี่ยงไม่ได้สังเกตสีหน้าของถังอีโยว เดินมาสองสามก้าวแล้ววางของลงบนโต๊ะ ก่อนเลียนเสียงสำเนียงปักกิ่งแบบเพี้ยน ๆ
“ซื้อของมาฝากน่ะ” เขาพูดพลางถาม “เมื่อกี้นายพูดอะไรนะ ถอยหนึ่งก้าว ถอยหนึ่งก้าวเหรอ”
“หา?” ถังอีโยวทำหน้ามึนงง
“ไม่งั้นฉันจะรับว่า ‘ฟ้ากว้างทะเลไกล’ ทำไมล่ะ นายคิดตั้งนานแล้วยังนึกไม่ออกว่าจะพูดอะไรต่อใช่ไหม พอคำพูดมาถึงปากแล้วลืมก็เป็นแบบนี้แหละ”
หลี่เสี่ยงตบไหล่ถังอีโยวอย่างเอาใจใส่ พูดจบก็ยิ้มอย่างภูมิใจนิด ๆ “เมื่อกี้เพิ่งแก้คำตอบให้นางพญาเสร็จ ยังมาช่วยนายอีก เมื่อก่อนฉันยังนึกด้อยใจว่าวิชาการไม่เอาไหน ที่แท้ฉันเป็นคนมีความรู้ที่สุดในห้องนี่เอง”
พอได้ยินคำว่านางพญา ถังอีโยวก็เงียบไป
