ขบวนทหารที่จู่โจมมาอย่างกะทันหัน ทำให้กลุ่มราษฎรพลัดถิ่นที่ไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์ใหญ่โตเช่นนี้ ต่างพากันหน้าซีดเผือดราวกับดิน
ราษฎรพลัดถิ่นคนหนึ่งเดินโซเซเข้าไปต้อนรับ
“ท่านแม่ทัพ…” เขาอยากจะกล่าวอันใด แต่ถูกแส้ม้าหวดเข้ามาที่ใบหน้าจนเซถลาล้มลงกับพื้น หน้าผากกระแทกเข้ากับก้อนหิน มีรอยเลือดซึมออกมา
“อย่ามากความ!”
รองผู้บัญชาการกองร้อยผู้นำขบวน แม้แต่เปลือกตายังไม่ยกขึ้น ชี้ไปที่ต้นมันเทศบนเนินดินที่เขียวชอุ่มชุ่มฉ่ำ “เร็วเข้า ถอนกล้าพวกนี้ให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่ต้นเดียว!”
เหล่าทหารขานรับแล้วเคลื่อนไหว มือถือพลั่ว จอบ ก้าวยาวๆ มุ่งตรงไปยังเนินดิน
“ถอนไม่ได้นะขอรับ!”
“ทั้งหมดนี้คือเมล็ดพันธุ์ศักดิ์สิทธิ์ที่เทพธิดาประทานมาให้!”
“พวกเราล้วนหวังพึ่งมันประทังชีวิต…”
ในที่สุดราษฎรพลัดถิ่นก็ปะทุโกลาหล
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับทหาร พวกเขาก็ยังหวาดกลัวตามสัญชาตญาณ
ไม่มีทางอื่น พวกเขาทำได้เพียงคุกเข่าลงกับพื้น หน้าผากกระแทกลงบนดินโคลน ร่ำไห้คร่ำครวญขวางอยู่ตรงหน้าทหาร
“หลีกไป!”
ทหารเตะราษฎรพลัดถิ่นที่ขวางทางอย่างหมดความอดทน ยกพลั่วฟันลงไปที่ต้นกล้าสีเขียวสดเหล่านั้น
“หยุดนะ!” เสียงตวาดดังลั่นออกมาจากฝูงชน
ชุยเอ้อร์หลางพุ่งตัวออกมา
ผืนดินเล็กๆ ผืนนี้ คือพื้นที่ที่เขาพาพี่น้องร่วมหมู่บ้านใช้จอบทีละจอบบุกเบิกขึ้นมาทั้งวันทั้งคืน
ต้นกล้าเหล่านั้น คือสิ่งที่เขาคอยเฝ้าริมทุ่งนาทั้งวันทั้งคืน รดน้ำทีละถ้วยจนเติบใหญ่
เขาจะยอมมองดูพวกมันถูกถอนทิ้งได้อย่างไร
“ท่านแม่ทัพ ทำลายไม่ได้ ของวิเศษนี้เมื่อเติบโตเต็มที่แล้ว จะช่วยชีวิตคนได้มากมายนักนะขอรับ!” เขาพุ่งตัวเข้าไปหาทหาร กอดแขนที่ยกพลั่วของอีกฝ่ายไว้แน่น ดวงตาแดงก่ำ
ทหารที่ถูกเขากอดไว้จนเซถลา รู้สึกโกรธอับอาย หันศอกกลับมากระแทกใส่ใบหน้าของชุยเอ้อร์หลาง
