เซิ่นเจวี๋ยกับเซิ่นอวี้ต่างขมวดคิ้ว
เมล็ดพันธุ์แห่งความหวาดกลัวเมื่อถูกหว่านลงในจิตใจแล้ว เพียงแค่ได้รับน้ำหล่อเลี้ยงเพียงนิด ก็เติบโตเป็นไม้ยืนต้นสูงเสียดฟ้าได้
ส่วนฝูงตั๊กแตนบนฟ้าที่บินใกล้เข้ามาทุกที
ก็คือน้ำหล่อเลี้ยงชั้นดี
จ้าวเชียนซึ่งนั่งทรุดอยู่บนพื้นก็เงยหน้าขึ้น แววตาหวาดหวั่นค่อย ๆ ถูกบดบังด้วยความบ้าคลั่ง
สิ่งที่เขาทำลงไปนั้นไม่อาจปกปิดได้อีกแล้ว
อีกทั้งยังล่วงเกินแม่ทัพใหญ่แห่งราชสำนักอย่างเซิ่นเจวี๋ยเข้าให้ ไหนจะภัยตั๊กแตนที่คืบคลานเข้ามา ต่อให้ไม่ตายก็ต้องถลอกปอกเปิก
มาถึงขั้นนี้ เขาจำต้องหาทางปัดความรับผิดชอบ
ฟังเสียงวิพากษ์ของชาวบ้านรอบด้าน เขากัดฟันลุกขึ้นยืนข้างนักพรตเสวียนเฮ่อ จ้องหยุนซูและคนอื่น ๆ ด้วยความโกรธแค้น
“เป็นพวกเจ้า! เป็นพวกเจ้าที่ทำให้เทพตั๊กแตนกริ้ว!” เสียงเขาดังขึ้นเรื่อย ๆ “หากไม่ใช่เพราะพวกเจ้าทำลายพิธีบวงสรวง ตั๊กแตนจะไม่มาเยือนเมืองซิ่นตูเป็นอันขาด!”
ใต้แท่นบูชา ชาวบ้านโกลาหลมากขึ้น
นักพรตเสวียนเฮ่อสูดหายใจเข้าลึก ยกมือป้ายเลือดที่มุมปาก แล้วจัดแจงชุดนักพรตที่ยับยู่ยี่ให้เข้าที่ ก่อนจะกลับมาวางมาดสูงส่งดุจเซียน
“พี่น้องชาวซิ่นตูทุกท่าน ข้าน้อยบำเพ็ญมานับสิบปี ถือการช่วยเหลือผู้คนเป็นภาระของตน”
ท่วงท่าของเขาดูเวทนาสรรพสัตว์ ราวกับจงใจ “เรื่องวันนี้ ข้าน้อยทำด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ไม่มีอะไรต้องละอาย!”
กวาดตามองชาวบ้านใต้แท่น เห็นแววตาลังเลของพวกเขาเริ่มเปลี่ยนไป เขาก็กล่าวอีกว่า “ความกริ้วของเทพตั๊กแตนได้มาเยือนแล้ว ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้”
