คังหนิงผู้ถือกำเนิดในเชื้อพระวงศ์สูงศักดิ์ เติบโตมาในวังหลวง และใช้ชีวิตอย่างราบรื่นมาตลอด ไม่เคยได้รับความอัปยศเช่นนี้มาก่อน
“องค์หญิงเจาหมิง!!!”
คังหนิงโกรธจนตัวสั่น นางเงยหน้าขึ้นลูบทีหนึ่ง ก็พบว่าเต็มมือไปด้วยใบชา… แล้วต่อไปนางจะออกไปพบผู้คนได้อย่างไรกัน!
“ข้าเป็นพี่หญิงของเจ้า! เจ้ากล้าลบหลู่พี่หญิงใหญ่ ข้าจะไปฟ้องเสด็จพ่อ!” คังหนิงดิ้นรนพยายามลุกขึ้น แต่เพราะถูกเฉียนเฉี่ยนกดเอาไว้แน่น จึงขยับเขยื้อนไม่ได้
“ปล่อยมือ ปล่อยข้า… จ้าวเฉียนเอ๋อร์!”
เฉียนเฉี่ยนออกแรงที่มือ “จ้าวอิ่งเอ๋อร์!”
จ้าวอิ่งคือชื่อเดิมของคังหนิง นางดิ้นรนไม่หลุด ครั้นได้ยินเช่นนั้นจึงจ้องเฉียนเฉี่ยนอย่างเคียดแค้น
“เจ้าทำอะไรน่ะ! เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ?”
จ้าวอิ่งเอ๋อร์หมดแรงต่อต้านจึงคลายมือ นางตบเฉียนเฉี่ยนแรง ๆ สองที น้ำเสียงเจือสะอื้นจนไม่อาจปกปิดได้
“ก็แค่จางเหวินเจี๋ยคนเดียว! องค์หญิงอย่างข้าจะเอาเขาแล้วมันทำไม? มีอะไรยิ่งใหญ่นักหนา!”
จ้าวอิ่งเอ๋อร์คนโง่ผู้นี้ก็แค่ปากกล้าขาสั่น
เฉียนเฉี่ยนรู้ดีว่านางไร้เล่ห์เหลี่ยมและไร้ความสามารถ ย่อมไม่ได้เก็บมาใส่ใจ หากไม่ใช่เพราะนางอวดดีเกินไปจนยั่วโทสะตน เฉียนเฉี่ยนก็คงไม่ลงมือกับนางถึงเพียงนี้
“จางเหวินเจี๋ยเป็นคนที่ข้าจับมา ข้าย่อมมีประโยชน์ที่จะใช้เขา” เฉียนเฉี่ยนบีบคางนางไว้ แล้วถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “แต่เจ้าต้องการจางเหวินเจี๋ยไปทำไม? พูดมาให้ชัด!”
ต่อให้จ้าวอิ่งเอ๋อร์จะโง่เขลาและชั่วร้ายเพียงใด นางก็ยังเป็นเชื้อพระวงศ์สกุลจ้าว เป็นพี่น้องต่างมารดาของตน เฉียนเฉี่ยนไม่มีวันยอมให้ใครเอานางไปเป็นหมากเพื่อหลอกลวงราชวงศ์สกุลจ้าว
แม้แต่รัชทายาทก็เช่นกัน เขาอาจตายในการต่อสู้ภายในราชวงศ์ได้ แต่จะต้องไม่ถูกคนนอกค่อย ๆ บั่นทอนจนสกุลจ้าวและราชวงศ์ถูกมองเป็นของเล่นในกำมือ
