ความจริงพิสูจน์แล้วว่า ต่อให้หร่านซูเยว่ป้อนถึงปาก ลู่ลี่สิงก็ยังต้องแย่งจากปากเธออยู่ดี
ลู่ลี่สิงเลียคราบน้ำสตรอว์เบอร์รีบนมือจนสะอาด ก่อนมองหร่านซูเยว่ที่ซุกอยู่ในอ้อมแขนจนตัวอ่อนปวกเปียก
เขารู้สึกเพียงว่ากระหายน้ำเหลือเกิน
น้ำผลไม้แค่นั้นไม่พอดับกระหายเลยสักนิด
“เยว่เยว่”
“อะไร”
“พรุ่งนี้เปิดเทอมแล้วนะ”
“อืม”
“คืนนี้เธออยาก...”
หร่านซูเยว่คว้าหมอนอิงบนโซฟาฟาดใส่หน้าเขา “ไม่อยาก!”
ลู่ลี่สิงช่วยจัดกระโปรงให้เธอเรียบร้อยแล้วหัวเราะเบา ๆ
“ฉันหมายถึงอยากพาเธอไปกินปิ้งย่าง ถ้าไม่อยากกินก็ไม่เป็นไร”
“...แล้วเมื่อกี้ทำเสียงแบบนั้นทำไม”
“เสียงแบบไหน”
หร่านซูเยว่ดิ้นออกจากอ้อมแขนเขา แล้วทำท่าประกอบ
“ก็เสียงแบบนั้น แบบหมาป่าจ้องเนื้อน่ะ!”
ลู่ลี่สิงกะพริบตาปริบ ๆ อย่างไร้เดียงสา “ฉันโดนใส่ร้ายแล้วนะ”
หร่านซูเยว่ไม่เชื่อเขาสักนิด
แต่สุดท้ายพวกเขาก็ไปกินปิ้งย่างกันอยู่ดี
ร้านปิ้งย่างเป็นร้านริมทางกลางแจ้ง ตั้งอยู่สุดถนนนอกชุมชนเมืองเก่า
มีโต๊ะพับวางอยู่ไม่กี่ตัว เก้าอี้พลาสติก และหลอดไฟที่ขึงเรียงเป็นสายอยู่เหนือศีรษะ
กลิ่นควันน้ำมันผสมกับกลิ่นถ่านลอยไปไกลในสายลมยามค่ำคืน
เจ้าของร้านเป็นชายวัยห้าสิบกว่า เขาถอดเสื้อยืนอยู่หน้าเตา มือกำไม้เสียบเนื้อพลิกไปมา เปลวถ่านส่องจนใบหน้าแดงก่ำ
หร่านซูเยว่สั่งเนื้อวัวเสียบไม้ เนื้อแกะเสียบไม้ กุ้งตัวใหญ่ ปีกไก่ หอยนางรม ไตแกะย่างสองไม้ และกุยช่ายย่างอีกสองไม้
