หลังจากหร่านซูเยว่แน่ใจแล้วว่าไม่ต้องไปต่างประเทศ ในที่สุดก็ถอนหายใจโล่งอกเฮือกใหญ่ แล้วตัดสินใจว่าจะรีบทำภารกิจให้เสร็จโดยเร็ว!
ท่านเฉิงย่อมรู้ดีว่าการ ‘แซ่เฟิง’ หมายถึงอะไร รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าเป็นนิจพลันหุบลง น้ำเสียงจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“แน่ใจแล้วหรือ?”
ลู่ลี่สิงพยักหน้า “ครับ ผมแน่ใจ อาจารย์จะช่วยผมใช่ไหมครับ”
ท่านเฉิงกลับมายิ้มอีกครั้ง แววตาเต็มไปด้วยความปลื้มใจและชื่นชม
เขาตบไหล่ลู่ลี่สิงเบา ๆ “เก่งมาก ไอ้หนู โตเป็นผู้ใหญ่แล้วนี่ ถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่าแกโตเป็นหนุ่มแล้วจะทะเยอทะยานขนาดนี้ ฉันคงโยนหนูเยว่เข้าไปในผ้าห่มแกตั้งนานแล้ว”
หร่านซูเยว่หน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที “ไม่ได้นะคะ ไม่ได้ ๆ!”
ท่านเฉิงเห็นท่าทางร้อนรนทั้งอับอายของเธอแล้วก็หัวเราะลั่น ก่อนหันไปมองลู่ลี่สิง
“ฉันยังจำได้ ตอนเจอหนูเยว่ครั้งแรก แกยังยืนกรานว่าเธอเป็นแค่น้องสาวอยู่เลย”
“ตอนนี้ยังเป็นแค่น้องสาวอยู่ไหม?”
ลู่ลี่สิงหันไปมองหร่านซูเยว่ เธอกำลังกอดแขนเขาแล้วหลบอยู่ด้านหลัง
ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมา ได้แต่หยิกแขนเขาแรง ๆ จนใบหน้าแดงก่ำ
ลู่ลี่สิงเบนสายตากลับมา เม้มปากแล้วมองท่านเฉิง
“อาจารย์ อย่าแกล้งเธอเลยครับ”
“ฉันแกล้งเธอหรือ?”
