ไอซาล่าไม่คิดว่าการคาดเดาส่ง ๆ ของตัวเองจะเดาถูกเข้าจริง ๆ
นักเวทย์ที่หลับใหลมาตั้งแต่ยุคโบราณ?
มิน่าเล่า สัตว์อัญเชิญที่อยู่ข้างกายชายหนุ่มผู้นี้ถึงได้แตกต่างจากผู้ใช้อัญเชิญธรรมดาสิ้นเชิง
จากคำบอกเล่าของหัวหน้ากองคาราวาน หญิงงามที่แม้แต่นางยังอิจฉาคนนั้นใช้คาถาที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน
แต่ถ้าเขาเป็นนักเวทย์จากยุคโบราณ... ทุกอย่างก็ดูสมเหตุสมผล... อย่างนั้นหรือ?
“อ้อ เป็นอย่างนี้นี่เอง ท่าน... เคยพบเน่ยเฟยทีมาก่อนหรือ?”
“เคยพบ แถมยังคลุกคลีอยู่หลายครั้ง ข้ากับมันสนิทกันพอสมควรเลยล่ะ”
นี่ไม่ใช่คำโกหก เพราะซากของเน่ยเฟยทีถูกเขาเก็บไว้ในหน่วยจัดเก็บของรถไฟ ไม่ใช่แค่สัมผัส เขาถึงขั้นคิดว่าถ้าสุดท้ายไอ้นี่ฟื้นคืนชีพไม่ได้
จะเอากระดูกมาบดเป็นผงให้อินทรีกับหมีโง่นั่นกิน เผื่อช่วยให้พวกมันแข็งแกร่งขึ้นได้บ้าง
ดวงตาของไอซาล่าเป็นประกายด้วยความปีติ นางเชื่อคำพูดของเย่ชีเหยียนเต็มร้อย เดินเข้ามาด้วยความตื่นเต้น
“ท่าน โปรดช่วยทะเลทรายนี้ด้วยเถิด! นำลานเน่ยเฟยทีกลับสู่เส้นทางที่ควรเป็น!”
ลานเน่ยเฟยที
ในที่สุดเย่ชีเหยียนก็ได้ยินชื่อชานชาลาของโลกนี้จากปากชาวพื้นเมือง
“ตอนนี้สิ่งที่เรียกกันว่าเทพสวรรค์ก็คือผู้รุกราน! จู่ ๆ มันก็ปรากฏตัวขึ้น ได้รับการช่วยเหลือจากเน่ยเฟยทีผู้เปี่ยมเมตตา แต่กลับทรยศในตอนที่เน่ยเฟยทีสำแดงปาฏิหาริย์ช่วยเหลือผู้คน!”
