ติ๊ดๆ—
[“เย่ชีเหยียน นายอยู่ที่นครรัตติกาลนิรันดร์ใช่ไหม ฉันก็มาถึงที่นี่แล้วเหมือนกัน”]
ในหน้าเพื่อนมีคำขอแชทส่วนตัวใหม่ปรากฏขึ้นมา
ชื่อข้างบนไม่ใช่คนที่เย่ชีเหยียนคุ้นเคยนัก
แต่เป็น
[อาเชวียน]
เด็กหนุ่มซึมเซาคนนั้นที่มีการ์ดวิญญาณพยาบาท
[“รุ่นพี่อาเชวียนมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้เหรอ”]
[“ใช่ พี่จูซิงถูบอกให้ฉันมาที่นี่ เพื่อทำแผนให้สำเร็จ นายก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ”]
[“ผมไม่ใช่ แค่มาเดินเที่ยวเล่น”]
[“อ้อ...ไม่เป็นไร ฉันคนเดียวก็พอทำให้แผนสำเร็จได้แล้ว”]
[“คนเดียว? มีแค่นายมาเหรอ”]
[“ยังมีหลินโหยวกับรุ่นพี่สตาเซียด้วย ถ้านับพวกเราก็มีเพื่อนร่วมทางสี่คนแล้ว ว่าแต่ตอนนี้นายอยู่ไหนน่ะ”]
เย่ชีเหยียนเงยหน้าขึ้น มองไปข้างหน้า
แวมไพร์นับหมื่นเคลื่อนตัวไปในทิศทางเดียว
เป้าหมายของพวกมันคือใจกลางเกาะที่ตั้งอยู่กลางทะเลสีชาด
สิ่งก่อสร้างมหึมาที่เหมือนกับหัวใจ
นั่นคือศาลาเทพโลหิต
สถานที่เปิดม่านเทศกาลโลหิตศิลป์
เย่ชีเหยียนกับลีเซ็ตยังคงปลอมตัวเป็นแวมไพร์ พวกแวมไพร์ที่ตรวจเช็คตัวตนอยู่ทั่วบริเวณไม่ทันได้รู้ตัวเลยว่า ผู้ทำลายที่พวกมันตามหาอยู่ กำลังปะปนอยู่ในหมู่คน
[“ไม่ต้องสนใจผม รุ่นพี่อาเชวียนทำธุระของตัวเองเถอะ”]
[“ได้ ระวังตัวด้วย”]
บทสนทนาจบลง
เย่ชีเหยียนกับลีเซ็ตที่เปลี่ยนเป็นชุดกอทิกมาถึงหน้าแวมไพร์ที่ทำหน้าที่ตรวจ
