ไอ้นี่ยังใจร้ายไม่เลิกจริง ๆ
ถึงขนาดนี้แล้ว ยังอยากจะดึงเขาไปเป็นสิ่งมีชีวิตแห่งห้วงมืดของตัวเองอีก
เย่ชีเหยียนไม่ประมาท
โบกมือไปมาแล้วเอ่ยขึ้นว่า
“ต่อไปฉันยังต้องพิชิตชานชาลาต่อ เรื่องที่ช่วยนายนั้น ฉันจะเก็บไว้ในใจ”
“ดีเลย เดี๋ยวให้ฉันช่วยพิชิตไหม แม้พลังที่เหลือของฉันจะไม่ค่อยมีแล้ว แต่แค่นำบทสิ้นสุดไปมอบให้โลกที่จมอยู่ในความสิ้นหวังแบบนี้ ก็ยังง่ายอยู่พอควรนะ”
“ไม่เป็นไร การผจญภัยของหัวหน้าขบวนรถไฟ ควรทำด้วยตัวเองจะดีกว่า”
ห้วงมืดเข้าใจทันที
เด็กสาวผู้ที่ดวงตาว่างเปล่านั้นหันกลับไปยังด้านหลังประตู
“โอ๊ะ งั้นนะ เย่ชีเหยียน พอฉันจัดการก้อนน้ำแข็งที่บ้านเสร็จแล้ว ก็ต้องใช้จิตวิญญาณและดวงวิญญาณไปเป็นหัวหน้าขบวนรถไฟ เดี๋ยวถ้ามีอะไรที่ไม่เข้าใจ ถามนายได้ไหม”
“ได้แน่นอน แต่การสอบถามระหว่างหัวหน้าขบวนรถไฟด้วยกันน่ะ มันต้องเสียตังค์นะ ถ้าเก็บเหรียญรถไฟหรือของแบบนั้นได้ เอามาแบ่งฉันหน่อย ฉันจะตอบคำถามให้”
เย่ชีเหยียนยิ้มแฉ่งหยิบเหรียญรถไฟหนึ่งเหรียญขึ้นมาเขย่าให้ดูหน้าประตูแดนห้วงมืดสองสามครั้ง
“ดี ขอบใจนะ เย่ชีเหยียน แล้วเจอกัน ตามที่ระบบฝ่ายนายพูด...ฉันต้องไปเลือกพรสวรรค์กับความสามารถพื้นฐานก่อนใช่ไหม ยุ่งยากจริง ๆ เลย...ทั้งที่ฉันแข็งแกร่งขนาดนี้ แค่เปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นสิ่งมีชีวิตแห่งห้วงมืดก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ”
