เจียงเสวี่ยลั่วสังเกตเห็นว่า ในมือของลู่เหยียนกำลังคีบถั่วเหลืองไว้หลายเมล็ด!
ลู่เหยียนยิ้มพลางกล่าวว่า “แม่นาง มีเรื่องใดก็ค่อยพูดค่อยจากัน พยายามอย่าลงมือ หากจำต้องลงมือจริง ๆ ก็อย่าให้ถึงแก่ชีวิต หากมีคนตาย โรงเตี๊ยมของข้าย่อมได้รับผลกระทบ”
เขาไม่ได้ตอบคำถามของเจียงเสวี่ยลั่ว เพียงเอ่ยเตือนนางเท่านั้น
“ฮึ!”
เจียงเสวี่ยลั่วมองลู่เหยียนลึกซึ้งคราหนึ่ง ก่อนแค่นเสียงเย็นชา แล้วกลับไปยังที่นั่งของตน
ซุนถงลุกขึ้นยืน สายตาที่มองเจียงเสวี่ยลั่วเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
เขาคาดไม่ถึงว่าเจียงเสวี่ยลั่วซึ่งบาดเจ็บสาหัสยังคงเก่งกาจถึงเพียงนี้ ดูท่าการคาดเดาความสามารถของนางจากชาวยุทธภพก่อนหน้านี้คงผิดพลาดแล้ว
ทุกคนประเมินเจียงเสวี่ยลั่วต่ำเกินไป!
แต่นางอายุเท่าใดกัน?
สิบแปดปี!
อายุเพียงสิบแปดปีกลับมีฝีมือแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ช่างเหลือเชื่อยิ่งนัก
ยามนี้ซุนถงจึงเข้าใจว่าเหตุใดชาวยุทธภพมากมายจึงมุ่งหมายฉวยโอกาสครั้งนี้สังหารเจียงเสวี่ยลั่ว ที่แท้สตรีผู้นี้มีพรสวรรค์เหนือสามัญเกินไป หากพลาดโอกาสครั้งนี้ แล้วปล่อยให้นางเติบโตต่อไปอีกหลายปี ถึงเวลานั้น ในยุทธภพอันกว้างใหญ่จะยังมีผู้ใดเป็นคู่มือนางได้อีก?
จากนั้นสายตาของซุนถงก็เลื่อนไปยังลู่เหยียน
เมื่อครู่เขาไม่เห็นถั่วเหลืองเมล็ดนั้น แต่ได้ยินเสียงและเห็นกระบี่เบนออก จึงไม่ยากจะนึกได้ว่ามีผู้ลอบลงมือ
เมื่อนึกถึงคำพูดของเจียงเสวี่ยลั่วเมื่อครู่ ซุนถงก็อดสงสัยลู่เหยียนขึ้นมาไม่ได้