ร้านของลู่เหยียนไม่รับลูกค้าที่นั่งรับประทานในร้าน หลังจากจ้าวตงหมิงไปส่งอาหารถึงที่ให้ซูฉานด้วยตนเองแล้ว สหายของเขาต่างก็ถือกล่องอาหารของตนออกจากร้านไป
นอกประตูร้าน ผู้คนที่มามุงดูต่างแยกย้ายกันไป ทว่าการพูดถึงร้านแห่งนี้คงไม่จบลงเพียงเท่านี้
รูปแบบการจำหน่ายอาหารส่งถึงที่อันแปลกใหม่นี้ย่อมดึงดูดความสนใจจากผู้คนมากขึ้น อีกทั้งโรงเตี๊ยมของลู่เหยียนยังส่งอาหารจากที่ห่างออกไปถึงยี่สิบลี้มาถึงที่นี่ได้ภายในเวลาเพียงหนึ่งก้านธูป ช่างเหลือเชื่อยิ่งนัก
ลู่เหยียนมิได้รีบร้อนจากไป
กลับโรงเตี๊ยมไปก็ไม่มีอะไรทำ อยู่ที่นี่อย่างน้อยยังพอได้ดูว่าจะมีลูกค้ามาอีกหรือไม่
ระหว่างรอลูกค้า ลู่เหยียนก็ลองคำนวณรายรับจากโรงเตี๊ยมเมื่อครู่
เมื่อครู่มีผู้สั่งอาหารทั้งหมด 12 คน รวมซูฉานด้วย รายรับทั้งสิ้น 235 ตำลึงเงิน
นี่มิใช่เงินจำนวนน้อย ๆ เลย ยอดขายทั้งวันของโรงสุราสวรรค์หอมอาจยังไม่มากถึงเพียงนี้ด้วยซ้ำ!
อาหารในโรงเตี๊ยมของลู่เหยียนมีราคาสูงต่ำแตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปล้วนไม่ถูก อาหารที่คนเดินทางไม่กี่คนนั้นสั่งมีราคาค่อนข้างต่ำ ทว่าสหายของจ้าวตงหมิงสั่งแต่อาหารราคาแพง โดยเฉพาะอาหารขึ้นชื่อ!
พวกเขาทุกคนสั่งอาหารขึ้นชื่อกันคนละจาน
โรงเตี๊ยมมีอาหารขึ้นชื่ออยู่สามอย่าง จานที่ถูกที่สุดยังต้องจ่ายถึง 10 ตำลึงเงิน ส่วนจานที่แพงที่สุดคือหมูสามชั้นตงพัวตุ๋นเหล้า ซึ่งราคา 20 ตำลึงเงิน
เพียงสั่งอาหารขึ้นชื่อสักจาน ราคาก็ย่อมไม่ถูกแล้ว
