“พังประตู!”
เฉินอวี่ถงมองประตูกระจกกันกระสุนตรงหน้า แต่ไม่ได้ใจอ่อนแม้แต่น้อย
“เรามาที่นี่ทั้งที จะกลับไปมือเปล่าไม่ได้ นอกจากนั้นพวกเขาเฝ้าอยู่ที่นี่ตลอดก็ไม่มีทางรอด ในวันสิ้นโลก ถ้าไม่หยิบอาวุธขึ้นสู้กับสัตว์กลายพันธุ์ ก็มีแต่ต้องตาย บีบให้พวกเขาสู้ เท่ากับช่วยพวกเขาต่างหาก!”
นี่เป็นแค่ซูเปอร์มาร์เก็ตเล็ก ๆ เสบียงที่มีอยู่มากที่สุดก็พอให้คนยี่สิบกว่าคนกินได้ราวครึ่งเดือนเท่านั้น
หากผ่านไปครึ่งเดือนหลังวันสิ้นโลกแล้วยังไม่มีพลังแม้แต่น้อย ก็แทบไม่มีทางรอดแล้ว
วันสิ้นโลกจะเคี่ยวกรำคนอ่อนแอทุกคน!
แววชื่นชมในสีหน้าของหลินชวนยิ่งชัดเจนขึ้น
ที่เขาถามคำถามนี้ ก็เพื่อทดสอบเฉินอวี่ถงเช่นกัน
แต่ประสบการณ์ที่เฉินอวี่ถงเผชิญมาส่งผลต่อเธอไม่น้อย เห็นได้ชัดว่าเพียงไม่กี่วัน เธอก็ยอมรับกฎเกณฑ์ใหม่ของโลกได้อย่างสิ้นเชิง
“งั้นก็พังประตู ไม่ต้องเสียเวลาพูดพล่ามกับพวกเขาแล้ว!”
หลินชวนเสริมอาคมให้กับอาวุธอีกครั้ง ก่อนฟันใส่ประตูกระจกอย่างแรง เสียงกระแทกดังแสบแก้วหู
ผู้คนที่อยู่หลังประตูต่างมีสีหน้าโกรธเกรี้ยว
“เชี่ย! แกกล้าพังประตูจริง ๆ เหรอ ที่นี่มีคนอยู่แล้ว พวกแกไปหาที่อื่นไม่ได้หรือไง!”
“ใช่ รู้จักมาก่อนได้ก่อนหรือเปล่า ของในนี้เป็นของพวกเรา!”
“ทุกคนอย่ากลัว ประตูนั่นเป็นกระจกกันกระสุน กระสุนยังยิงไม่ทะลุเลย มันถือมีดเล่มเดียวแล้วคิดจะพังประตูเนี่ยนะ ตลกสิ้นดี!”
เคร้ง! โครม!
เสียงกระจกแตกดังขึ้น ก่อนที่ประตูกระจกทั้งบานจะแตกกระจายเกลื่อนพื้น
ร่างสองร่างก้าวเหยียบเศษกระจกบนพื้น เดินเข้ามาอย่างไม่สะทกสะท้าน
