ทั้งสามคนใช้เวลาจัดการอยู่ครึ่งชั่วโมงเต็ม กว่าจะจัดการซากเต่ายักษ์กลายพันธุ์ตัวนั้นได้อย่างทุลักทุเล
กระดองแหลมคมชั้นนั้นหนักกว่าร้อยชั่ง แถมยังแข็งแกร่งจนน่าตกใจ
แม้แต่มีดพร้าที่หลินชวนเสริมอาคมแล้ว ก็ยังทำได้เพียงฟันเป็นรอยแหว่งเล็ก ๆ เท่านั้น
“น่าเสียดายที่มันหนักเกินไป ไม่อย่างนั้นถ้ามีกระดองนี่ติดตัว ฉันคงบุกเดี่ยวฝ่าฝูงสัตว์กลายพันธุ์เข้าออกได้เจ็ดรอบ!” เจียงเหย่พูดอย่างเสียดาย
หลินชวนโยนกระดองเต่าไปไว้ตรงมุมกำแพง
“พอเถอะ ของนั่นหนักเกินไป นายเปิดใช้พลังพิเศษก็เปลืองแรงมากอยู่แล้ว ถ้าแบกกระดองเต่าเพิ่มอีก แรงที่ใช้ต้องเพิ่มเป็นสองเท่าแน่!”
เจียงเหย่หัวเราะหึ ๆ “พูดเล่นน่า แบกกระดองเต่าไม่เข้ากับภาพลักษณ์ชายชาตรีของฉันหรอก!”
มีชายชาตรีที่ไหนแบกกระดองเต่ากันล่ะ?
เฉินอวี่ถงพยายามหั่นเนื้อเต่าให้เป็นชิ้นเล็กที่สุด
“เนื้อเต่ากลายพันธุ์แข็งเกินไป ย่างกินไม่ได้ ต้องต้มอย่างเดียว ยังดีที่ที่นี่มีไฟฟ้ากับอุปกรณ์ครัว แค่เครื่องปรุงมีน้อย รสชาติอาจจะไม่ค่อยดี”
เจียงเหย่ลุกพรวดขึ้นทันที “ไม่เป็นไร ก่อนหน้านี้ฉันกับอาชวนเตรียมเครื่องปรุงไว้เยอะพอสมควร พอดีเรากำลังจะย้ายของ เครื่องปรุงเดี๋ยวก็ถึง!”
หลินชวนลุกขึ้นตาม
“พอดีฟ้ายังไม่มืด ฉันกับอาเหย่จะไปขนของมาสักหน่อย อวี่ถงเตรียมมื้อเย็นอยู่ที่นี่นะ”
“ได้เลย”
ทั้งสองหยิบอาวุธแล้วออกไปยังหอพักเดิม ก่อนออกไปยังไม่ลืมปิดประตูใหญ่ของอาคารหอพัก
อาคารทั้งสองหลังอยู่ห่างกันไม่มาก ด้วยความเร็วในการวิ่งของพวกเขา ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีก็ถึง
