หลินชวนอดตกตะลึงในใจไม่ได้
“สิ่งของเหนือธรรมชาติชิ้นนั้นของมหาวิทยาลัยหนานเฉิงคืออะไร?”
“หอกซัดน่ะ!”
เจียงเหย่กระตุกมุมปาก “ฉันเคยเห็นหอกซัดเล่มนั้นกับตาตัวเองด้วย มันมีอานุภาพทำลายล้างสูงมาก พอขว้างออกไปก็ยังบินกลับมาเอง ต่อให้ไม่ใช่ผู้มีพลังพิเศษก็แทงทะลุกระดองสัตว์กลายพันธุ์ได้ง่าย ๆ น่าเสียดายที่หลังสิ่งของเหนือธรรมชาติถูกปลุกใช้งานแล้ว มันจะเลือกเจ้าของ หากไม่ฆ่าเจ้าของเดิม ต่อให้แย่งมาได้ก็ใช้ไม่ได้อยู่ดี”
หลินชวนสูดลมหายใจเฮือกหนึ่ง
“เอาจริงดิ นิยายกลายเป็นเรื่องจริงแล้วเหรอ แบบนี้ต่างอะไรกับอาวุธวิญญาณในนิยาย?”
“ฮ่า ๆ ยังต่างกันอยู่ สิ่งของเหนือธรรมชาติจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อสัมผัสมันเท่านั้น และต้องทำเงื่อนไขการปลุกให้สำเร็จถึงจะปลุกใช้และควบคุมมันได้ เรียกว่าต้องพึ่งดวงสุด ๆ”
เจียงเหย่ในชาติก่อนไม่มีโชคได้ครอบครองสิ่งของเหนือธรรมชาติ
เขาปลุกพลังพิเศษระดับเอสได้แล้ว หากได้ครอบครองสิ่งของเหนือธรรมชาติอันทรงพลังอีกสักชิ้น บางทีอาจต่อกรกับยอดฝีมือที่มีพลังพิเศษระดับเอสเอสได้
จางชิ่งซู นายกเทศมนตรีฐานหนานเฉิง ย่อมไม่กล้าจัดสรรสิ่งของเหนือธรรมชาติให้เขา
หากเจียงเหย่ไม่มีความทะเยอทะยานก็คงดี เขาจะเป็นเสาหลักของฐานหนานเฉิง!
แต่ถ้าเจียงเหย่มีความทะเยอทะยานล่ะ? ไม่ใช่แค่สถานะของลูกชายจางชิ่งซูที่จะถูกคุกคาม ทั้งฐานอาจเปลี่ยนเจ้าของไปเลยก็ได้
ถ้าควบคุมคนแบบนี้ไว้ไม่ได้ ก็มีแต่ต้องกำจัดทิ้ง!
เจียงเหย่กลืนเบียร์ในปากลงคอ
